6 ขั้นตอนการเรียนรู้วิชาศิลปศึกษา
ในคำอธิบายรายวิชาจะเขียนไว้อย่างชัดเจน
ซึ่งสามารถแยกออกมาให้เห็นขั้นตอนในการจัดการเรียนรู้วิชาศิลปศึกษาได้ 6
ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสังเกตสิ่งแวดล้อม ได้แก่
สังเกตสิ่งที่มีในธรรมชาติ (มนุษย์ สัตว์ พืช) และสังเกตสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ
ที่มนุษย์สร้างขึ้น (วัตถุสิ่งของต่าง ๆ
ศิลปะไทย ศิลปะท้องถิ่น ศิลปะสากล เป็นต้น) ขั้นแรกนี้ฝึกให้เด็กเป็นคนช่างสังเกต เป็นนักค้นคว้า นักสำรวจ สนใจสิ่งที่อยู่รอบตัว เรียกขั้นตอนนี้ว่าเป็นขั้นตอนของการแสวงหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เช่น
เด็กบางคนชอบภาพทิวทัศน์ภูเขา
ทิวทัศน์ทะเล ชอบดอกไม้ ชอบสัตว์เลี้ยง ชอบสัตว์ชนิดต่าง ๆ ในสวนสัตว์ ชอบยานพาหนะชนิดต่าง ๆ เป็นต้น
หรือจะเป็นชอบกิจกรรมประเพณีของท้องถิ่น
การร่ายรำประจำภูมิภาค เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้เด็ก และถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะเด็กในรูปแบบต่าง ๆ
ได้
ขั้นตอนที่ 2
ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการออกมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบ เทคนิค
และเรื่องราวต่าง ๆ
ฝึกการแสดงออกโดยผ่านทางศิลปะ
เพื่อพัฒนาอารมณ์ สุนทรียภาพ การรับรู้ความงาม การแก้ปัญหาในการสร้างสรรค์ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์
ถ้าเพียงแต่คิดแล้วไม่ได้ถ่ายทอดออกมาเป็นงานศิลปะก็ไม่ถือว่าความคิดนั้นเป็นศิลปะ ฉะนั้น
ขั้นตอนของการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดนี้จึงเป็นขั้นที่สำคัญมาก และการถ่ายทอดหรือการปฏิบัติงานศิลปะเป็นกระบวนการการเรียนรู้ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านศิลปะของผู้เรียนด้วย เช่น
พฤติกรรมชอบวาดรูประบายสี ชอบประดิษฐ์ด้วยกระดาษ ชอบปั้นดิน
ชอบแกะสลัก ชอบถักทอ เป็นต้น
พฤติกรรมที่แสดงให้เห็นนี้หากได้รับการบ่มเพาะที่ดีจะสร้างเสริมลักษณะนิสัยความเป็นนักประดิษฐ์ให้กับเด็ก
ขั้นตอนที่ 3
อภิปรายผลการปฏิบัติและผลของความรู้สึกของตนเองเมื่อได้ทำงานศิลปะ เช่น
ความสนุกสนานเพลิดเพลิน
ความชื่นชมในผลงานทั้งผลงานของตนเองและของผู้อื่น การอธิบายถึงกระบวนการทำงาน การแก้ปัญหาการทำงานของตนเอง
บอกถึงระดับความพึงพอใจในผลงานที่ตนเองสร้างสรรค์ขึ้น ขั้นตอนนี้จะทำให้เกิดความคิดแตกแขนง อันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากระบวนการคิด ความคิด
และการพัฒนาผลงานของตนเองในโอกาสต่อไป
อีกทั้งยังเป็นการฝึกวิเคราะห์ความรู้สึกภายในใจของตนเอง ฝึกตัดสินใจในการถ่ายทอดความคิดออกมาให้ชัดเจนว่าคิดอย่างไร
คิดถึงอะไร
นอกจากนั้นยังเป็นขั้นตอนที่เด็กจะได้ฝึกการพูดคุยถึงความรู้สึกนึกคิดของตนอย่างเปิดเผย
เป็นการคลายความตึงเครียดในสมอง
ทำให้จิตใจสดชื่น และฝึกการเข้าสังคมด้วย
ขั้นตอนที่ 4 วิจารณ์งานศิลปะ คือ
การพูดถึงงานศิลปะอย่างมีหลักการ
ขั้นตอนนี้เป็นการฝึกเด็กให้รู้จักวิจารณ์งานอย่างมีหลักเกณฑ์ทางศิลปะ ฝึกมารยาทในการวิจารณ์งานศิลปะ ฝึกการยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้จักให้กำลังใจ ฝึกยอมรับผลงานของผู้อื่น เรียนรู้ศิลปะอย่างละเอียดถี่ถ้วน เกิดความเข้าใจในขั้นตอนการทำงาน วิธีการแก้ปัญหาทางความคิด การคัดเลือกวัสดุ การประสานสัมพันธ์ขององค์ประกอบศิลป์ เด็กประถมศึกษากำลังเรียนรู้การทำงานศิลปะร่วมกัน
แต่ละคนย่อมีฝีมือ และความเข้าใจที่ไม่เท่ากัน
ดังนั้น
การพูดถึงงานของเพื่อนร่วมชั้นด้วยวาทะศิลป์ที่ดีจะเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน และเป็นการสร้างมิตรภาพ การสอนให้เด็กรู้จักวิจารณ์งานศิลปะจะช่วยส่งเสริมให้เด็กเติบโตเป็นผู้ที่มีความรักในการทำงานศิลปะ
รู้จักชื่นชมงานศิลปะ
เป็นผู้บริโภคงานศิลปะที่มีคุณภาพ
นับเป็นการสร้างชาติไทยของเราให้วิวัฒนาสืบไป
ขั้นตอนที่ 5 รู้จักแก้ไขข้อบกพร่อง
เป็นขั้นตอนที่ฝึกเด็กให้รู้จักยอมรับความสามารถของตนเองและรู้จักพัฒนาตนเองอย่างถูกวิธี
เมื่อผู้เรียนผ่านขั้นตอนการวิจารณ์งานศิลปะได้ย่อมมองเห็นข้อบกพร่องและรู้วิธีแก้ปัญหาในการสร้างสรรค์งาน
ขั้นตอนนี้จะช่วยให้ผู้เรียนพร้อมที่จะแก้ไขเพื่อพัฒนางานและเพิ่มความชำนาญให้กับตนเอง
นอกจากนั้นยังช่วยให้เด็กได้เห็นถึงความเป็นตัวตนของตนเองว่าชอบที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างจริงจังเพียงใด
มากพอที่จะคิดสานต่อเพื่อเรียนในสายนี้ให้สูงขึ้นจนเป็นอาชีพในฝันในอนาคตหรือไม่ หรืออาจจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะและเป็นผู้ที่จะคอยให้การสนับสนุนการสร้างสรรค์งานของศิลปินในอนาคตก็เป็นได้
ขั้นตอนที่ 6 จัดนิทรรศการ เป็นขั้นตอนการเผยแพร่ผลงานศิลปะสู่สาธารณะ ที่ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม รู้จักพัฒนารสนิยมทางศิลปะ ตระหนักในคุณค่าแห่งสุนทรียะของงานศิลปะ รู้จักนำเสนอผลงานศิลปะต่อสาธารณชน
อันจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในความสามารถทางศิลปะของตนเอง และเก็บความทรงจำดี ๆ
นี้เล่าต่อพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูง หรือลูกหลานของตนในภายหน้า อีกทั้งยังสามารถนำมาเขียนประวัติส่วนตัว (Portfolio) เพื่อใช้สมัครสอบในระดับที่สูงขึ้น หรือสมัครงานในสายนี้ได้ด้วย
ในความเป็นจริงแล้ว
นอกจากการเรียนรู้วิชาศิลปะในระดับประถมศึกษาจะเป็นไปตามลำดับขั้นตอนดังกล่าวนี้แล้ว
ในการเรียนสายวิชาศิลปะหรือการออกแบบในระดับที่สูงขึ้น อย่างระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา
และโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษาก็ใช้ขั้นตอนการเรียนรู้ในแบบเดียวกันนี้อีกด้วย เห็นแล้วใช่มั๊ยล่ะคะว่า
การเรียนวิชาศิลปะมีคุณค่าต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตมากแค่ไหน ใครสนใจจะเรียนต่อสายนี้ก็อย่าลังเล ตัดสินใจได้เลยค่ะ
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE
CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น