วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การรับสมัครอาจารย์ใหม่ในมหาวิทยาลัย

การรับสมัครอาจารย์ใหม่ในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยจะประกาศรับสมัครอาจารย์ประจำโดยประกาศต่อสาธารณชนอย่างเปิดเผย    ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยควรดูประกาศของแต่ละมหาวิทยาลัย   เพราะในแต่ละปีงบประมาณจะมีการประกาศรับอาจารย์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความจำเป็นได้ในหลายกรณี  เช่น กรณีการเพิ่มอัตรากำลังคน  การทดแทนอัตราอาจารย์ผู้เกษียณอายุราชการ   การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำลาออก  การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำเสียชีวิต การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำถูกลงโทษให้ออกจากงาน

แต่ละสาขาวิชามีความต้องการอาจารย์ประจำหลักสูตรในคุณสมบัติแตกต่างกันไป  โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  ได้มีมาตรฐานกำหนดคุณวุฒิของผู้ที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในทุกหลักสูตร คือ เป็นบุคคลผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก    ซึ่งในหลายสาขาหาบุคคลที่จบปริญญาเอกในสาขานั้น ๆ ยากมาก  เพราะบางสาขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโทก็สามารถประกอบอาชีพที่มั่นคง และสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้ตัวเองและครอบครัวได้แล้ว   ก็ไม่รู้จะเรียนปริญญาเอกไปทำไม   และที่ยิ่งยากคือหากจบปริญญาเอกมาก็ไม่เข้าสู่อาชีพอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัย   อย่างเก่งก็มาเป็นอาจารย์พิเศษรายชั่วโมง  หรือวิทยากรบรรยายในบางหัวข้อของรายวิชาเท่านั้น เพราะภาระในชีวิตเขาก็มากอยู่แล้ว   ส่วนบางสาขามีข้อกำหนดเพิ่มเติมอีก เช่น  มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะด้วย 


ขอบคุณภาพจาก pixabay

เมื่อการประกาศรับสมัครอาจารย์ในระดับปริญญาเอกมาระยะหนึ่งแล้วไม่มีผู้สมัครที่เหมาะสมหรือไม่มีผู้สมัคร   การประกาศอาจจะขยับเป็นรับสมัครอาจารย์ในวุฒิปริญญาโท โดยอาจจะต้องมีปริญญาตรีและปริญญาโทที่เกี่ยวข้องกันเพื่อแสดงความสามารถเฉพาะด้านนั้น ๆ บวกกับมีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษประกอบด้วย   แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีข้อกำหนดในส่วนนี้ของตนเองว่า  ยอมรับผลคะแนนสอบวัดระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษแบบไหนบ้าง เช่น  IELTS  TOEFL  CU-TEP  TU-GET   เป็นต้น  ซึ่งแต่ละอย่างก็มีค่าระดับคะแนนต่างกันไป    ผู้สมัครสอบเข้ามาเป็นอาจารย์จะต้องมีใบแจ้งผลคะแนนนี้ ซึ่งหากสอบภาษาอังกฤษผ่านแล้วถือไว้เก็บคะแนนไว้ได้ 2 ปี หากเลยเวลา ต้องสอบใหม่ เพราะทักษะทางภาษานี้อาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้    นอกจากนั้น  เมื่อลดระดับการสำเร็จการศึกษาเป็นปริญญาโทและมีใบผลคะแนนสอบภาษาแล้ว บางสาขาวิชาอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มขึ้น 

ในสายวิชาศิลปกรรม เช่น สาขาการออกแบบ  ผู้สมัครอาจต้องมี  Portfolio แสดงความสามารถด้านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบโปรแกรรมต่าง ๆ  และแสดงผลงานจากประสบการณ์ในการเป็นนักออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบในองค์กร หรือนักออกแบบอิสระ (Freelance)   ผลงานวิจัยที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสาร  เป็นต้น  การที่กำหนดให้มีผลคะแนนภาษาอังกฤษเนื่องจากบุคลากรในมหาวิทยาลัยจะมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนให้เรียนต่อในระดับปริญญาเอก ซึ่งผู้สมัครเรียนต่อต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษยื่นประกอบการสมัครนั่นเอง และเพื่อเป็นการันตีว่ามหาวิทยาลัยรับบุคลากรที่สามารถก้าวหน้าในวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้  ทั้งนี้ผู้รับทุนศึกษาต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็จะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนตามจำนวนเวลาที่ลาศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยที่ให้ทุน

ในการรับอาจารย์หากกำหนดว่าต้องสำเร็จการศึกษาในสาขาใดตามที่กำหนดแล้ว ในบางประกาศจะแจ้งเพิ่มเติมว่า   “หรือสำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง”  ด้วย  โดยอาจระบุชื่อสาขาที่เกี่ยวข้อง  หรือไม่ระบุก็เป็นได้  ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรอ่านประกาศให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจในความหมายเหล่านี้ด้วย  

วิธีการสอบเข้ามาเป็นอาจารย์ส่วนมากใช้การสอบสัมภาษณ์  มีบางมหาวิทยาลัยสอบข้อเขียนด้วย และอาจมีสอบสอนด้วยก็ได้

 


ขอบคุณภาพจาก pixabay

จากที่กล่าวมาแล้ว  อาจมีบางท่านเตรียมตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วว่า  ต้องการประกอบอาชีพอาจารย์ในมหาวิทยาลัย  ก็วางแผนเลือกเรียนในสายที่สอดคล้องกันตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก  รวมทั้งหลังปริญญาเอก (Post-Doctoral Degree)    หรือบางท่านไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาจารย์ในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถมศึกษา มัธยมศึกษา)  หรืออาจารย์ในอาชีวศึษา  หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย  ก็แนะนำนะว่าให้เรียนให้แต่ละระดับปริญญาที่เรียนเป็นสายเดียวกัน  และหากบรรจุเป็นอาจารย์ในระดับปริญญาโท เมื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกก็ไม่ควรฉีกสาขาออกไปมาก  เพราะจะมีผลต่อการเขียนผลงานทางวิชาการ  ซึ่งจะกล่าวต่อไป

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

คุณลักษณะของผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู

คุณลักษณะของผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู    26 พ.ค.2564

         ต่อจากบทความที่แล้วนะคะ   ความหมายของจิตวิญญาณครู  แหล่งที่เราจะสามารถพบผู้ที่มีจิตวิญญาณครูทั้ง On-Site (ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ) และ Online เช่นใน ยูทูป เป็นต้น   ในบทความนี้ชี้ให้เห็นว่าคุณลักษณะของผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครูเป็นอย่างไร คุณลักษณะเหล่านี้มันเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกมาให้ศิษย์ได้เห็นจริงๆ  ให้เพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว และผู้คนรอบข้างได้เห็น  ทีนี้คนแบบนี้ผู้อ่านมองและตัดสินด้วยตนเองได้ว่า  ครู On-Site กับครู Online มีคุณลักษณะเหล่านี้เพียงใด 

 


ขอบคุณภาพจาก pixabay

          ครูเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจากศิษย์  เช่น  ไม่หวังให้เป็นพวกทางการเมืองในหน่วยงาน     หรือให้ศิษย์เข้ามาในทีมของตนเพื่อจะได้ค่าตอบแทนจากจำนวนผู้เข้าทีม ไม่หวังให้เกิดเสน่หาชู้สาวผิดศีลธรรม  ไม่หวังสิ่งของอามิส  เงินทอง ขนม  สิ่งของหรือสิ่งอื่นใดจากศิษย์   หรือสิ่งตอบแทนแลกเปลี่ยน  เช่น  ตำแหน่งหน้าที่การงาน คะแนน  เกรด การไปรับประทานอาหารเป็นเพื่อน  เป็นเพื่อนคุยยามเปลี่ยว   หรือจะเป็นประโยชน์อื่นใดทั้งในปัจจุบันและอนาคต  ครูต้องเป็นผู้ให้วิชาด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อศิษย์

          ครูเป็นผู้มีพรหมวิหาร 4 ได้แก่ มีความเมตตาต่อศิษย์ (ปรารถนาให้ศิษย์ได้รับความสุข เช่น สุขจากการทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้)      มีความกรุณาต่อศิษย์ (ปรารถนาให้ศิษย์พ้นทุกข์ เช่น  หลุดพ้นจากความครุมเครือของความไม่รู้ ด้วยการใช้เทคนิคการสอนแบบต่าง ๆ ให้ศิษย์เข้าใจอย่างถ่องแท้  มองเห็นปัญหา รู้จักช่องทางในการสืบค้นข้อมูล  รู้จักวิเคราะห์ข้อมูลที่เชื่อถือได้  รู้จักแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีหลักการทางวิชาการที่ถูกต้องและทันสมัยเกิดปัญญาแก้ปัญหาได้)    มีมุทิตา (ยินดีเมื่อศิษย์ได้ดี  เช่น  ศิษย์ได้รับรางวัล  ได้รับคำยกย่อง  มีเกียรติในสังคม  ได้รับการบรรจุเข้าทำงาน  ได้รับตำแหน่งที่สูงกว่าที่ครูเป็น)    มีอุเบกขา (รู้จักวางเฉย  เช่น  ไม่ถกเถียงจนเกิดอารมณ์โมโห พยายาท เพียงให้ข้อคิด ให้ศิษย์ได้ขบคิดและผจญกรรมของตน  ไม่ทับถมเมื่อศิษย์ได้รับทุกขภัย)

          ครูเป็นผู้รู้จักการพัฒนาตนเองในทุก ๆ ด้าน ทั้งการดูแลสุขอนามัยของตนเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ความงามทางร่างการย รวมถึงบุคลิกภาพที่สง่างามน่าเชื่อถือ  การพัฒนาจิตใจให้มั่นคงจดจ่ออยู่กับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อศิษย์ พัฒนาความรู้ความสามารถให้ทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ ทันต่อเทคโนโลยีการสอน การสื่อสาร กฎระเบียบของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  การพัฒนาทักษะในการสื่อสารกับศิษย์รุ่นใหม่ ๆ   การพัฒนามุขตลกที่ทันสมัยเพื่อผ่อนคลายความเครียดในระหว่างสอน  ในการพูดคุยกับเพื่อร่วมงาน เพื่อสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  และครูต้องเป็นผู้ที่ไว้วางใจได้   ครูควรมีผลงานอย่างต่อเนื่องให้เห็นความสามารถในเชิงประจักษ์แก่ศิษย์และสังคมทั่วไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับศิษย์ว่าได้เรียนวิชากับผู้เยี่ยมยุทธจริง

ขอบคุณภาพจาก pixabay

ความรู้ที่มีใบปริญญารับรองและตำแหน่งหน้าที่การงานที่ได้รับแต่งตั้งตามวาระเป็นหัวโขนอาจได้มาเท่ากัน  แต่หัวใจของความเป็นครูของครูแต่ละคนไม่เท่ากัน     วิบากกรรมในชีวิตที่ครูต้องประสบไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพกายอย่างความป่วยไข้  ลักษณะชีวิตครอบครัว คู่สมรส บิดามารดา ญาติพี่น้อง  ลูกหลาน เพื่อนฝูง สังคมในที่ทำงาน ลักษณะของศิษย์ที่มีปัญหาสารพัดรูปแบบ  ความกดดันจากผู้บริหาร เพื่อนร่วมงานและผู้ปกครอง   ความสามารถในการทำงาน  ปัญหาเพื่อนร่วมงาน ปัญหาเศรษฐกิจ เงินอามิสที่ถูกนำมาล่อ ชู้สาวที่ถูกนำมาล่อ ตำแหน่ง เงินประจำตำแหน่งที่ถูกนำมาล่อใจ   สารพัดเหล่านี้มีผลต่อสภาพจิตใจของครูทั้งสิ้น     มนุษย์ต่อให้มีความแน่วแน่เพียงใดย่อมถูกสั่นครอน ถูกบั่นทอนจากปัญหารอบทิศได้ทุกคน  ดังนั้น ประเด็นการพัฒนาจิตใจของครู รวมทั้งการพัฒนาความสามารถของตนเองอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงไว้ซึ่งจิตวิญญาณครูในตัวเสมอ 

          ครูเป็นผู้มีคุณธรรมและจิตวิทยา มีความจริงใจต่อศิษย์ ไม่ชักนำไปในทางที่ไม่ถูกต้อง สร้างความวุ่นวายในหมู่ศิษย์ เพื่อนร่วมงานและที่ทำงาน  ครูมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ไม่ละเลยชั่วโมงสอน การให้คะแนนอย่างไม่มีอคิติ  การวิจารณ์ผลงานของศิษย์ไปในทางก้าวหน้า  เป็นกำลังใจแก่ศิษย์  เป็นแรงบันดาลใจให้ศิษย์ได้เติบโตในหนทางของเขา   การเข้าใจศิษย์เพื่อจะได้ชี้ทางที่เหมาะสมให้แก่ศิษย์  ครูประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์   ครูต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับศิษย์ไม่บิดเบือนเพื่อผลประโยชน์หรือตอบสนองตัณหาของตนเองจนเกิดผลเสียโดยรวมต่อการบริหารงานของหน่วยงาน 

          ปัจจุบันมีคำกล่าวเสมอว่า ให้ครูเลิกทำตัวเป็นผู้นำทางความคิด เลิกคิดว่าตนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการให้ความรู้ได้แล้ว เพราะสมัยนี้หาความรู้ได้จากอินเทอเน็ตได้มากมาย  ผู้เขียนใช้อินเทอเน็ตคลิกหาข้อมูลได้มาก ทั้งข้อมูลความรู้ที่ลืมไปแล้ว และข้อมูลความรู้ใหม่ ๆ ทั้งนี้ คำสำคัญ Keyword ที่ใช้มาจากหลักวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาในสถาบันการศึกษาเป็นหลัก  และคำใหม่ ๆ ตามเทรนด์ของโลกปัจจุบัน ผู้เขียนได้คำสอนของครูบาอาจารย์ซึ่งท่านได้ให้เครื่องมือแสวงหาความรู้ และให้วิธีสร้างเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง นี่คือหัวใจสำคัญของจิตวิญญาณของความเป็นครูอีกอย่างหนึ่ง   อย่างไรก็ตามคำสำคัญบางคำ เมื่อ Key เข้าไปสืบค้นข้อมูลแล้วก็ออกมาเป็นคนละอย่างกับที่ต้องการ และเห็นการซ้ำกันโดยมิได้อ้างอิงตามหลักวิชาอันเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ   ผู้เขียนในฐานะปฏิบัติงานด้านการให้การศึกษาในสถาบันการศึกษาแก่ศิษย์ ให้บริการการศึกษาในชุมชน ให้บริการการศึกษาแก่กลุ่มผู้ขอรับบริการที่สถาบันของผู้เขียนมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี  ไม่อาจปฏิเสธความสะดวกสบายในการค้นหาข้อมูล   แต่อย่างไรก็ตาม  หากผู้เขียนมิได้ร่ำเรียนวิชาจากครูบาอาจารย์ผู้เยี่ยมยุทธและเอื้ออาทรต่อศิษย์มาตั้งแต่เด็กเล็ก จนจบการศึกษาขั้นสูงสุดแล้วคงไม่เข้าใจหลักวิชา เคล็ดวิชาอย่างลึกซึ้งแน่นอน  ทุกวันนี้ทุกคืนผู้เขียนได้กราบขอบพระคุณคุณครูคนแรกคือบิดามารดา กราบขอบพระคุณคุณครู อาจารย์ที่พร่ำอบรมสั่งสอนดัดนิสัยสันดานของผู้เขียน และขอพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้าอวยพรท่านเหล่านั้นรวมทั้งผู้มีพระคุณทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือ และถ่ายทอดสิ่งดี ๆ ให้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถาบัน นอกสถาบัน ในออนไลน์   และผู้เขียนหวังว่าจะเกิดสิ่งแวดล้อมทางวิชาการที่เติบโตอย่างกว้างขวางสืบไป 

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

จิตวิญญาณของความเป็นครู

 จิตวิญญาณของความเป็นครู    26 พ.ค.2564

          จิต หมายถึง ส่วนประกอบหนึ่งของชีวิตมนุษย์  ซึ่งนอกจากมนุษย์จะมีร่างกายแล้วยังมีจิตอยู่ภายในด้วย   ร่างกายเป็นสิ่งที่มองเห็นได้จากภายนอกอย่างชัดเจนว่ามีรูปร่างหน้าตาสีผิวทรงผมสูงต่ำดำขาว อาการครบ 32 หรือไม่ แขน ขา มือ นิ้ว ส่วนอื่น ๆ ครบถ้วนและเป็นปกติดีหรือไม่   แม้ไม่ครบ 32 และอยู่ในกลุ่มคนพิการก็นับว่าเป็นมนุษย์ที่มีความเป็นมนุษย์เต็มเปี่ยม  มีคุณค่าของความเป็นคนเท่าเทียมกับผู้ที่มีร่างกายครบถ้วน      ส่วนจิตเป็นภาวะที่อยู่ภายในกาย    จิตเป็นส่วนรับรู้อารมณ์และสื่อสารอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดแสดงออกออกมาทางกายให้เห็นเป็นบุคลิกภาพ  ให้เห็นความชอบส่วนบุคคล  นิสัยสันดานหรือธรรมชาติของคนคนนั้นให้เห็นความคิดเห็นในกรอบส่วนตัวตามแต่จะได้รับการอบรมบ่มนิสัยหรืออยู่ในสังคมแบบใด    

จิตเป็นภาวะแห่งปัจเจกบุคคลที่แตกต่างกับผู้อื่น มีความเป็นเฉพาะตัวเฉพาะตน   หากผู้นั้นสื่อออกมาอย่างตรงไปตรงมาผู้อื่นก็รับรู้ได้ไม่ยาก แต่หากผู้นั้นแสดงออกทางกาย  วาจา หรือการกระทำอื่นใดที่ไม่ตรงกับอาการปรารถนาของจิต เคลือบแฝงไว้ซึ่งความคิดความรู้สึกที่แท้จริง เสเสร้ง เจ้าเล่ห์เพทุบาย จะด้วยเหตุผลจากการสวมหัวโขนอำนาจหน้าที่การงาน ยศถาบรรดาศักดิ์อัครฐาน   ความเป็นอัตตาตัวตนนั้น      อันผู้อื่นอาจหลงเชื่อในอากัปกิริยาที่แสดงออกนั้นว่าเป็นความจริง 

จิตมนุษย์มีความลึกล้ำ แปรปรวน  เปลี่ยนแปลงได้ ตลอดเวลาทุกวินาที  ยากที่จะหยั่งถึงแต่โดยง่าย     ในศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า จิตมีธรรมชาติคิดปรุงแต่งไม่หยุดหย่อน เปลี่ยนไวเหมือนความเคลื่อนไหวของลิง การกำหนดจิตหรือฝึกจิตต้องกระทำอย่างมียุทธวิธี 

จิตหรือเรียกอีกอย่างว่าวิญญาณ   ในความเชื่อของศาสนาคริสต์ คำว่าวิญญาณหมายถึงลมปราณที่พระผู้เป็นเจ้าได้ประทานให้กับชีวิตมนุษย์ มีมโนธรรมอยู่ภายใน  เป็นตราประทับอยู่ในจิตทุกดวง นั่นหมายถึงจิตส่วนลึกภายในนั้นรู้ดีรู้ชั่วอยู่ในตน    ต่อให้หาเหตุผลใดมาถกเถียงหักล้างก็มิอาจลบล้างมันได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีย่อมรู้อยู่ในตน เพียงแต่จะยอมให้มันแสดงตนออกมาในหนทางแห่งคุณธรรม ความดีตามมโนธรรมนั้นหรือไม่   คนมีจิตใจดีย่อมรู้อยู่ว่าสิ่งใดชั่ว  ย่อมละวางเว้นการกระทำชั่ว   คนมีจิตใจหยาบด้างแม้รู้ชั่วก็ได้กำหนดจิตให้ละวางการกระทำชั่วนั้นได้ไม่   คุณธรรมพื้นฐานที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษามีจะเหมือน ๆ กันอันเนื่องด้วยมโนธรรมตามที่กล่าวถึงกำเนิดไปแล้วนั้นนั่นเอง

          ครู หรือภาษาบาลีใช้คำว่า  ครุ   ในภาษาสันสกฤต ใช้คำว่า คุรุ  แปลว่า  หนัก  นั่นหมายถึง ความรับผิดชอบต่อการศึกษาเล่าเรียนของศิษย์ที่ดูเป็นหน้าที่อันหนักหน่วงต่อชีวิตของผู้ประกอบอาชีพครู    ดังนั้น  เมื่อกล่างถึง จิตวิญญาณของความเป็นครู  จึงหมายถึง มโนธรรมสำนึกภายในจิตของมนุษย์ผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบต่อการศึกษาเล่าเรียนของศิษย์ 

          มนุษย์ผู้มีจิตวิญญาณครูมีอยู่ที่ใดบ้าง  ผู้คนทั่วไปหรือผู้อยู่ในวัยเรียนหรือผู้รักในการแสวงหาความรู้จะพบผู้มีจิตวิญญาณครูได้ใน 2 แหล่งใหญ่ ๆ คือ  ในสถานศึกษาทุกระดับ  ทำหน้าที่เป็นผู้สอน ได้ถูกกำหนดตำแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบตามระเบียบของสถานศึกษานั้น ๆ หรือตามระเบียบของทางราชการ   และพบได้ทั่วไปนอกสถานศึกษา เช่น ศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน  ในกลุ่มเกษตรกร  ในกลุ่มอาชีพในชุมชน  และเราจะพบได้แม้ในโลกสื่อสังคมออนไลน์  เช่น การให้ข้อมูลความรู้ในแอปพลิเคชั่นยูทูป บล็อคเกอร์ดอทคอม พันธุ์ทิพย์ดอทคอม  เด็กดีดอทคอม  เป็นต้น แม้ในสื่อสังคมออนไลน์อาจจะมีการให้เพื่อผลเชิงพาณิชย์ควบคู่มาด้วยก็ตาม

ขอบคุณภาพจาก pixabay

          ในสถานศึกษาเราเรียกผู้ที่ทำหน้าที่สอนว่า ครู อาจารย์ หรือผู้มีตำแหน่งทางวิชาการ เช่น  ตำแหน่งอาจารย์   ตำแหน่งครูคศ3 ครูคศ4 สำหรับในสถานศึกษาระดับพื้นฐานการศึกษา และอาชีวศึกษา และตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์ ในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา  ใช่ว่าทุกคนที่มีตำแหน่งตามชื่อเรียกนี้  จะมีจิตวิญญาณของความเป็นครู ระดับของการมีจิตวิญญาณครูก็มีมากน้อยแตกต่างกันไป  หรือวันนี้สมมุติเราเป็นอาจารย์วันแรกที่รายงานตัว เราจะมีอุดมการณ์มีจิตวิญญาณมีความตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดูแลศิษย์  ในเวลาต่อมาอาจมีความรู้สึกในจิตนี้ลดน้อยถอยลง หรือยังเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม หรือเพิ่มความหนักแน่นของอุดมการณ์นี้มากขึ้น  ความรู้สึกเช่นว่านี้สามารถแปรเปลี่ยนขึ้น ๆ ลงๆ ได้อันเป็นธรรมชาติของจิตมนุษย์  และความมากหรือความน้อยเพียงใดนี้ย่อมส่งผลต่อการแสดงออกในการปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  และผลนี้ส่งผลโดยตรงต่อศิษย์

อย่างไรก็ตาม มนุษย์ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู เขาเป็นมนุษย์ปุถุชนย่อมมีความอ่อนแอในใจ อาจหย่อนความสามารถในบางเรื่อง มีข้อบกพร่อง  กระทำผิดพลาด ได้อย่างคนในทุกวงการอาชีพ  ดังนั้น ในแต่ละสถาบันจะมีจรรยาบรรณวิชาชีพครู  จรรยาบรรณบุคลากร รวมทั้งกฎระเบียบต่าง ๆ กฎหมายบ้านเมือง เป็นเครื่องกำกับพฤติกรรมการกระทำ และบทลงโทษสมาชิกหรือพลเมืองของชาติโดยรวมอยู่แล้ว  ซึ่งสมาชิกจะกระทำความผิดแล้วกล่าวอ้างว่าไม่รู้ระเบียบ ไม่รู้กฎหมายไม่ได้   

 แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

องค์ประกอบศิลป์ : สี

องค์ประกอบศิลป์ : สี    23 May 2021

          สี (Color) หมายถึง แสงที่สะท้อนมากระทบตาของเรา สีเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  สีมีอยู่ในแสงแดด  สีเป็นคลื่นแสงชนิดหนึ่ง  สีจะปรากฏให้เห็นเมื่อแสงแดดผ่านละอองน้ำในอากาศ และเกิดการหักเหทอเป็นสีรุ้งออกมา  

          คุณลักษณะพิเศษของสี   มี 3 ประการ  ดังนี้

          1. สีมีความเป็นสี (Hue)  เช่น  เป็นสีแดง  เป็นสีเหลือง  เป็นสีเขียว  เป็นสีส้ม   เป็นสีน้ำเงิน  ตามวงจรสีธรรมชาติ

          2. สีมีค่าน้ำหนัก (Value) คือ ความสว่างหรือความมืดของสีที่เกิดจากการผสมสีขาวลงไป  สีนั้นก็จะอ่อนลงทีละน้อยตามความมากของสีขาวที่ใส่ผสมลงไป

 

            3. สีมีความจัดของสี (Intensity)  คือ ความสดของสี  สีที่ถูกผสมด้วยสีดำจะหม่นลง  ความสดของสีจะลดลงไปทีละน้อย



 

         วงจรสีธรรมชาติ

          วงจรสี มี    12 สี  แบ่งเป็นแม่สี  สีขั้นที่ 2  และสีขั้นที่  3

          แม่สี   มี      3 สี  ได้แก่   สีแดง  สีเหลือง   สีน้ำเงิน

           สีขั้นที่ 2  มี 3 สี  เกิดจากสีแม่สี 2 สีผสมกัน เกิดสีใหม่  ได้แก่   

          สีแดง ผสม สีเหลือง     ได้สีส้ม

          สีแดง ผสม สีน้ำเงิน     ได้สีม่วง

          สีเหลือง ผสม สีน้ำเงิน ได้สีเขียว

          สีขั้นที่ 3  มี 6 สี  เกิดาจากแม่สี 1 สีผสมกับสีขั้นที่ 2  1 สี  เกิดสีใหม่  ได้แก่

          สีแดง ผสม สีส้ม  ได้สีส้มแดง

          สีแดง ผสม สีม่วง ได้สีม่วงแดง

          สีแดง ผสม สีม่วง  ได้สีม่วงแดง

          สีน้ำเงินผสมสีม่วง ได้สีม่วงน้ำเงิน

สีน้ำเงินผสมสีเขียว ได้สีเขียวน้ำเงิน

สีเหลืองผสมสีเขียว ได้สีเขียวเหลือง


         สีคู่ตรงข้าม หรือสีตัดกันอย่างแท้จริง   หมายถึง  สีที่อยู่ในตำแหน่งตรงกันข้ามกันในวงจรสี  มีทั้งหมด 6 คู่  ได้แก่ 

          สีเหลือง          ตรงข้ามกับ   สีม่วง

          สีน้ำเงิน          ตรงข้ามกับ   สีส้ม

          สีส้มเหลือง     ตรงข้ามกับ   สีม่วงน้ำเงิน

          สีแดง             ตรงข้ามกับ   สีเขียว

          สีเขียวเหลือง  ตรงข้ามกับ   สีม่วงแดง

         สีส้มแดง        ตรงข้ามกับ   สีเขียวน้ำเงิน

          วรรณะของสี   หมายถึง  โทนสีร้อน หรือบางตำราเขียนว่า สีอุ่น ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Warm Color Tone  กับโทนสีเย็น Cold Color Tone

วรรณะสีร้อน  คือ สีที่มีประกายของสีแดง  มี 6 สี  ได้แก่  สีแดง  สีส้มแดง  สีส้มเหลืองสีเหลือง  สีม่วงแดง สีม่วง

วรรณะสีเย็น คือสีที่มีประกายของสีน้ำเงิน  มี 6 สี ได้แก่  สีน้ำเงิน สีม่วงน้ำเงิน สีเขียวน้ำเงิน  สีเขียว  สีเขียวเหลือง 

สีกลาง   คือ สีที่อยู่ได้ทั้งสองวรรณะ  คือ  สีม่วง  กับ  สีเหลือง 

สีข้างเคียง คือ  สีที่อยู่ข้างกันทั้งซ้ายและขวา   เขียนจากสีที่อยู่ติดกันและค่อย ๆ ห่างออก  ได้ดังนี้

สีข้างเคียงของสีแดง คือ  สีส้มแดง สีส้ม สีเหลือง  สีม่วงแดง  สีม่วง

สีข้างเคียงของสีน้ำเงิน คือ สีม่วงน้ำเงิน สีม่วง  สีเขียวน้ำเงิน  สีเขียว

สีข้างเคียงของสีเหลือง คือ สีส้มเหลือง สีส้ม สีแดง สีเขียวเหลือง สีเขียว

สีข้างเคียงที่ตรงข้ามกัน  หมายถึง สีที่ไม่ได้ตรงข้ามกันอย่างแท้จริง  แต่เป็นสีข้างเคียงที่อยู่ติดกันกับสีตรงข้ามอย่างแท้จริง    เช่น

การฆ่าสี  หรือการเบรคสี (Break)  เป็นการลดความรุนแรงในการใช้สีคู่ตรงข้าม หรือโทนตรงข้ามกัน  มีหลายวิธี   ดังนี้

วิธีแรก  การลดความจัดของสีคู่ตรงข้าม   เราจะใช้วิธีการใช้สีข้างเคียงของสีคู่ตรงข้ามมาใช้     เช่น   การใช้สีน้ำเงิน ซึ่งมีสีข้างเคียงตรงข้ามกันได้แก่ สีส้มเหลือง  หรือการใช้สีน้ำเงินอ่อน (สีฟ้า) ตรงข้ามกับสีส้ม เป็นต้น  จะทำให้การฆ่าสี หรือการ Break  สีลดความรุนแรงของการใช้สีคู่ตรงข้ามอย่างแท้จริงลงได้   ภาพจะนุ่มนวลขึ้น (soft)

วิธีที่สอง  การใช้สีขาวผสมลงไปในสีแท้  เพื่อลดความจัดของสีลง ให้เป็นสีอ่อนลง  เป็นสีพาสเทล  มักใช้เป็นแสงของภาพ หรือพื้นภาพ

วิธีที่สาม  การใช้สีดำผสมลงไปในสีแท้  เพื่อลดความจัดของสีลง  ให้เป็นสีหม่นลง  มักใช้เป็นเงาของภาพ

วิธีที่สี่  การใช้สีคู่ตรงข้ามแท้จริงวางใกล้กันหรือซ้อนทับกันสนิทหรือเหลื่อมกันก็ได้  เพื่อลดความรุนแรงของความตรงข้ามกัน   มักใช้เป็นเงาของภาพ 

อารมณ์และความรู้สึของสี

อารมณ์และความรู้สึกของสีหรือจิตวิทยาของสี  หมายถึง  การสื่อสารของสีให้ผู้ดูรับรู้ รู้สึกได้ด้วยใจ   แต่ละวัฒนธรรมอาจรู้สึกหรือมีการสื่อสารเรื่องสีบางสีแตกต่างกัน  เช่น  วัฒนธรรมไทยใส่ชุดสีดำไปงานศพ   แต่บางวัฒนธรรมใส่ชุดมีสีสันหลากสี (ลายลูกกวาด) ไปงานศพ  เหตุผลมาจากความเชื่อว่างานศพเป็นงานมงคลที่ส่งผู้ตายขึ้นสวรรค์ไปในที่ที่ดีกว่าบนโลกมนุษย์ เป็นต้น    สีขาวใช้ทาที่ผนังห้องในโรงพยาบาลประสาท เพื่อให้คนป่วยมองเห็นแล้วจิตนาการไปโดยไม่ติดขัด   

สีแดง  ให้ความรู้สึก  ร้อนแรง  กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น  ความเป็นผู้นำ ความเป็นนักสู้  ความอันตราย ความทะเยอทะยาน ความโดดเด่นทันสมัย   ความก้าวหน้า  ความใจร้อน  ความกระตือรือร้น

สีส้ม  ให้ความรู้สึก  กระตุ้นความอยากอาหาร  ความสดใส  ความร่าเริง  ความอบอุ่น  ความก้าวหน้า  ความสัมพันธ์ที่ดี  ความเป็นเพื่อน

สีเหลือง  ให้ความรู้สึก  นุ่นนวล  อ่อนโยน  บางครั้งอาจดูอ่อนแอ   ความเป็นเด็ก  ความสะอาด  ความบริสุทธิ์   ความจริงใจ  ความสดใส  การอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จ

สีน้ำเงิน  ให้ความรู้สึก  เข้มแข็ง  หนักแน่น  ไม่โลเล  ความมุ่งมั่น  ความมั่นคงทางอารมณ์ ความเป็นผู้ใหญ่  ความใจเย็น  ความนิ่งเฉย  ความแข็งแกร่งดุจหินผา 

สีเขียว  ให้ความรู้สึก  สว่าง  สดใส  มีอนาคต  อบอุ่น  ความกว้างขวาง  ความเป็นมิตร  ความอ่อนโยน  ความสดชื่น  ความเย็น  ความร่มรื่น ความหนุ่มสาว

สีม่วง  ให้ความรู้สึก  ลึกลับ  น่าค้นหา  ความมีเสน่ห์   ความทันสมัย  ความเป็นผู้มีรสนิยม   ความน่าเกรงขาม  ความมีมนต์ขลัง 

สีดำ  ให้ความรู้สึก   อดทน  เข้มแข็ง  นักสู้   ความดับสูญ  ความมืด  ความโศกเศร้า ความลับ  การถูกครอบงำ  มนต์ดำ  ความหนักแน่น

สีขาว  ให้ความรู้สึก   สว่าง  สะอาด  สงบ  บริสุทธิ์  เงียบ  นิ่ง  น่าค้นหา  กระตุ้นจินตนาการ  ท้าทายให้คิด 

สีฟ้า  ให้ความรู้สึก   โรแมนติก  อ่อนโยน  เอื้ออาทร  ใส่ใจ  เอาใจใส่  ดูแล  โอบอุ้ม  เวิ้งว้างกว้างไกล  โพ้นสายตา  มุ่งมั่น  มั่นคง 

สีชมพู  ให้ความรู้สึก   ความรัก  ความเป็นเด็กผู้หญิง  ความอ่อนโยน  ความน่ารัก  มิตรภาพ  เพื่อน  คนรู้ใจ  ความหวาน  ความชื่นใจ 

ในการทำงานศิลปะหรืองานออกแบบจะมี Theme ของสี  มี Schemeของสี โครงสีหลัก  เพื่อคุมอารมณ์ของงาน  ความรู้สึกของสีส่วนรวมของผลงานจะสื่อสารได้ชัดเจนที่สุด ส่วนสีรองของผลงานจะเลือกใช้เพื่อเป็นตัวเสริมให้สีส่วนรวมสื่อความหมายโดดเด่นมากยิ่งขึ้น   

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ           

                                          TO BE CONTINUE 

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...