วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

การรับสมัครอาจารย์ใหม่ในมหาวิทยาลัย

การรับสมัครอาจารย์ใหม่ในมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยจะประกาศรับสมัครอาจารย์ประจำโดยประกาศต่อสาธารณชนอย่างเปิดเผย    ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยควรดูประกาศของแต่ละมหาวิทยาลัย   เพราะในแต่ละปีงบประมาณจะมีการประกาศรับอาจารย์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ตามความจำเป็นได้ในหลายกรณี  เช่น กรณีการเพิ่มอัตรากำลังคน  การทดแทนอัตราอาจารย์ผู้เกษียณอายุราชการ   การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำลาออก  การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำเสียชีวิต การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำถูกลงโทษให้ออกจากงาน

แต่ละสาขาวิชามีความต้องการอาจารย์ประจำหลักสูตรในคุณสมบัติแตกต่างกันไป  โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  ได้มีมาตรฐานกำหนดคุณวุฒิของผู้ที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในทุกหลักสูตร คือ เป็นบุคคลผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก    ซึ่งในหลายสาขาหาบุคคลที่จบปริญญาเอกในสาขานั้น ๆ ยากมาก  เพราะบางสาขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโทก็สามารถประกอบอาชีพที่มั่นคง และสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้ตัวเองและครอบครัวได้แล้ว   ก็ไม่รู้จะเรียนปริญญาเอกไปทำไม   และที่ยิ่งยากคือหากจบปริญญาเอกมาก็ไม่เข้าสู่อาชีพอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัย   อย่างเก่งก็มาเป็นอาจารย์พิเศษรายชั่วโมง  หรือวิทยากรบรรยายในบางหัวข้อของรายวิชาเท่านั้น เพราะภาระในชีวิตเขาก็มากอยู่แล้ว   ส่วนบางสาขามีข้อกำหนดเพิ่มเติมอีก เช่น  มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะด้วย 


ขอบคุณภาพจาก pixabay

เมื่อการประกาศรับสมัครอาจารย์ในระดับปริญญาเอกมาระยะหนึ่งแล้วไม่มีผู้สมัครที่เหมาะสมหรือไม่มีผู้สมัคร   การประกาศอาจจะขยับเป็นรับสมัครอาจารย์ในวุฒิปริญญาโท โดยอาจจะต้องมีปริญญาตรีและปริญญาโทที่เกี่ยวข้องกันเพื่อแสดงความสามารถเฉพาะด้านนั้น ๆ บวกกับมีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษประกอบด้วย   แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีข้อกำหนดในส่วนนี้ของตนเองว่า  ยอมรับผลคะแนนสอบวัดระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษแบบไหนบ้าง เช่น  IELTS  TOEFL  CU-TEP  TU-GET   เป็นต้น  ซึ่งแต่ละอย่างก็มีค่าระดับคะแนนต่างกันไป    ผู้สมัครสอบเข้ามาเป็นอาจารย์จะต้องมีใบแจ้งผลคะแนนนี้ ซึ่งหากสอบภาษาอังกฤษผ่านแล้วถือไว้เก็บคะแนนไว้ได้ 2 ปี หากเลยเวลา ต้องสอบใหม่ เพราะทักษะทางภาษานี้อาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้    นอกจากนั้น  เมื่อลดระดับการสำเร็จการศึกษาเป็นปริญญาโทและมีใบผลคะแนนสอบภาษาแล้ว บางสาขาวิชาอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มขึ้น 

ในสายวิชาศิลปกรรม เช่น สาขาการออกแบบ  ผู้สมัครอาจต้องมี  Portfolio แสดงความสามารถด้านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบโปรแกรรมต่าง ๆ  และแสดงผลงานจากประสบการณ์ในการเป็นนักออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบในองค์กร หรือนักออกแบบอิสระ (Freelance)   ผลงานวิจัยที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสาร  เป็นต้น  การที่กำหนดให้มีผลคะแนนภาษาอังกฤษเนื่องจากบุคลากรในมหาวิทยาลัยจะมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนให้เรียนต่อในระดับปริญญาเอก ซึ่งผู้สมัครเรียนต่อต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษยื่นประกอบการสมัครนั่นเอง และเพื่อเป็นการันตีว่ามหาวิทยาลัยรับบุคลากรที่สามารถก้าวหน้าในวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้  ทั้งนี้ผู้รับทุนศึกษาต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็จะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนตามจำนวนเวลาที่ลาศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยที่ให้ทุน

ในการรับอาจารย์หากกำหนดว่าต้องสำเร็จการศึกษาในสาขาใดตามที่กำหนดแล้ว ในบางประกาศจะแจ้งเพิ่มเติมว่า   “หรือสำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง”  ด้วย  โดยอาจระบุชื่อสาขาที่เกี่ยวข้อง  หรือไม่ระบุก็เป็นได้  ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรอ่านประกาศให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจในความหมายเหล่านี้ด้วย  

วิธีการสอบเข้ามาเป็นอาจารย์ส่วนมากใช้การสอบสัมภาษณ์  มีบางมหาวิทยาลัยสอบข้อเขียนด้วย และอาจมีสอบสอนด้วยก็ได้

 


ขอบคุณภาพจาก pixabay

จากที่กล่าวมาแล้ว  อาจมีบางท่านเตรียมตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วว่า  ต้องการประกอบอาชีพอาจารย์ในมหาวิทยาลัย  ก็วางแผนเลือกเรียนในสายที่สอดคล้องกันตั้งแต่ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก  รวมทั้งหลังปริญญาเอก (Post-Doctoral Degree)    หรือบางท่านไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาจารย์ในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ประถมศึกษา มัธยมศึกษา)  หรืออาจารย์ในอาชีวศึษา  หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย  ก็แนะนำนะว่าให้เรียนให้แต่ละระดับปริญญาที่เรียนเป็นสายเดียวกัน  และหากบรรจุเป็นอาจารย์ในระดับปริญญาโท เมื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกก็ไม่ควรฉีกสาขาออกไปมาก  เพราะจะมีผลต่อการเขียนผลงานทางวิชาการ  ซึ่งจะกล่าวต่อไป

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...