การรับสมัครอาจารย์ใหม่ในมหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยจะประกาศรับสมัครอาจารย์ประจำโดยประกาศต่อสาธารณชนอย่างเปิดเผย ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยควรดูประกาศของแต่ละมหาวิทยาลัย
เพราะในแต่ละปีงบประมาณจะมีการประกาศรับอาจารย์ในสาขาวิชาต่าง
ๆ ตามความจำเป็นได้ในหลายกรณี เช่น กรณีการเพิ่มอัตรากำลังคน การทดแทนอัตราอาจารย์ผู้เกษียณอายุราชการ การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำลาออก
การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำเสียชีวิต การทดแทนอัตราที่อาจารย์ประจำถูกลงโทษให้ออกจากงาน
แต่ละสาขาวิชามีความต้องการอาจารย์ประจำหลักสูตรในคุณสมบัติแตกต่างกันไป โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้มีมาตรฐานกำหนดคุณวุฒิของผู้ที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในทุกหลักสูตร คือ เป็นบุคคลผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ซึ่งในหลายสาขาหาบุคคลที่จบปริญญาเอกในสาขานั้น ๆ ยากมาก เพราะบางสาขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโทก็สามารถประกอบอาชีพที่มั่นคง และสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้ตัวเองและครอบครัวได้แล้ว ก็ไม่รู้จะเรียนปริญญาเอกไปทำไม และที่ยิ่งยากคือหากจบปริญญาเอกมาก็ไม่เข้าสู่อาชีพอาจารย์ประจำในมหาวิทยาลัย อย่างเก่งก็มาเป็นอาจารย์พิเศษรายชั่วโมง หรือวิทยากรบรรยายในบางหัวข้อของรายวิชาเท่านั้น เพราะภาระในชีวิตเขาก็มากอยู่แล้ว ส่วนบางสาขามีข้อกำหนดเพิ่มเติมอีก เช่น มีใบประกอบวิชาชีพเฉพาะด้วย
ขอบคุณภาพจาก
pixabay
เมื่อการประกาศรับสมัครอาจารย์ในระดับปริญญาเอกมาระยะหนึ่งแล้วไม่มีผู้สมัครที่เหมาะสมหรือไม่มีผู้สมัคร การประกาศอาจจะขยับเป็นรับสมัครอาจารย์ในวุฒิปริญญาโท
โดยอาจจะต้องมีปริญญาตรีและปริญญาโทที่เกี่ยวข้องกันเพื่อแสดงความสามารถเฉพาะด้านนั้น
ๆ บวกกับมีคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษประกอบด้วย
แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีข้อกำหนดในส่วนนี้ของตนเองว่า
ยอมรับผลคะแนนสอบวัดระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษแบบไหนบ้าง
เช่น IELTS TOEFL
CU-TEP TU-GET เป็นต้น ซึ่งแต่ละอย่างก็มีค่าระดับคะแนนต่างกันไป ผู้สมัครสอบเข้ามาเป็นอาจารย์จะต้องมีใบแจ้งผลคะแนนนี้
ซึ่งหากสอบภาษาอังกฤษผ่านแล้วถือไว้เก็บคะแนนไว้ได้ 2 ปี หากเลยเวลา ต้องสอบใหม่
เพราะทักษะทางภาษานี้อาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้
นอกจากนั้น
เมื่อลดระดับการสำเร็จการศึกษาเป็นปริญญาโทและมีใบผลคะแนนสอบภาษาแล้ว บางสาขาวิชาอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเพิ่มขึ้น
ในสายวิชาศิลปกรรม
เช่น สาขาการออกแบบ ผู้สมัครอาจต้องมี Portfolio แสดงความสามารถด้านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบโปรแกรรมต่าง
ๆ และแสดงผลงานจากประสบการณ์ในการเป็นนักออกแบบ
ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบในองค์กร หรือนักออกแบบอิสระ (Freelance)
ผลงานวิจัยที่ได้รับตีพิมพ์ในวารสาร เป็นต้น
การที่กำหนดให้มีผลคะแนนภาษาอังกฤษเนื่องจากบุคลากรในมหาวิทยาลัยจะมีโอกาสได้รับทุนสนับสนุนให้เรียนต่อในระดับปริญญาเอก
ซึ่งผู้สมัครเรียนต่อต้องมีคะแนนภาษาอังกฤษยื่นประกอบการสมัครนั่นเอง
และเพื่อเป็นการันตีว่ามหาวิทยาลัยรับบุคลากรที่สามารถก้าวหน้าในวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาเอกได้ ทั้งนี้ผู้รับทุนศึกษาต่อเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วก็จะต้องกลับมาทำงานใช้ทุนตามจำนวนเวลาที่ลาศึกษาต่อกับมหาวิทยาลัยที่ให้ทุน
ในการรับอาจารย์หากกำหนดว่าต้องสำเร็จการศึกษาในสาขาใดตามที่กำหนดแล้ว
ในบางประกาศจะแจ้งเพิ่มเติมว่า
“หรือสำเร็จการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง”
ด้วย โดยอาจระบุชื่อสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ระบุก็เป็นได้ ดังนั้น ผู้ที่สนใจควรอ่านประกาศให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจในความหมายเหล่านี้ด้วย
วิธีการสอบเข้ามาเป็นอาจารย์ส่วนมากใช้การสอบสัมภาษณ์ มีบางมหาวิทยาลัยสอบข้อเขียนด้วย และอาจมีสอบสอนด้วยก็ได้
ขอบคุณภาพจาก
pixabay
จากที่กล่าวมาแล้ว
อาจมีบางท่านเตรียมตัวเองตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วว่า ต้องการประกอบอาชีพอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็วางแผนเลือกเรียนในสายที่สอดคล้องกันตั้งแต่ปริญญาตรี
ปริญญาโท และปริญญาเอก
รวมทั้งหลังปริญญาเอก (Post-Doctoral Degree) หรือบางท่านไม่แน่ใจว่าจะเป็นอาจารย์ในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(ประถมศึกษา มัธยมศึกษา)
หรืออาจารย์ในอาชีวศึษา
หรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย ก็แนะนำนะว่าให้เรียนให้แต่ละระดับปริญญาที่เรียนเป็นสายเดียวกัน และหากบรรจุเป็นอาจารย์ในระดับปริญญาโท
เมื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกก็ไม่ควรฉีกสาขาออกไปมาก เพราะจะมีผลต่อการเขียนผลงานทางวิชาการ ซึ่งจะกล่าวต่อไป
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น