การบรรจุอาจารย์ใหม่ในมหาวิทยาลัย
เมื่อสอบเข้ามาเป็นอาจารย์ได้แล้ว ชีวิตอาจารย์ก็เริ่มขึ้น ภาควิชาจะมอบหมายให้ทางสาขาวิชาจะจัดอาจารย์พี่เลี้ยงให้ดูแลอาจารย์ใหม่
คอยแนะนำแนวทางที่เหมาะสม หากอาจารย์ใหม่โชคดี
ก็เจอพี่เลี้ยงดี
หากท่านเจอพี่เลี้ยงไม่ดี ก็จงมุ่งมั่นยืนอยู่บนขาของตนเอง อย่าได้หวาดหวั่นใด ๆ เพราะหนทางยังอีกยาวไกล
ข้าราชการแต่ก่อนมีเวลาทดลองงาน
6 เดือน แล้วประเมินผล ซึ่งจริง ๆ
ก็บรรจุและแต่งตั้งตั้งแต่วันที่ประกาศว่าให้บรรจุแล้วนั่นแหล่ะ แต่ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งอาจารย์ที่เป็นข้าราชการแล้ว ก็มีชื่อเรียกใหม่ว่า เป็นตำแหน่ง “พนักงานมหาวิทยาลัย” ต้องมีการทดลองงาน 1 ปี โดยมีการประเมินผลการปฏิบัติงานทุก 6
เดือน
เมื่อผ่านการทดลองงานก็จะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยตัวจริง แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุให้เป็นพนักงานประจำ
พนักงานมหาวิทยาลัยบางคนเข้ามาด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท บางคนเข้ามาด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก ซึ่งก็มีอัตราเงินเดือนที่แตกต่างกัน ไม่เท่ากันในแต่ละมหาวิทยาลัย นอกจากนั้น บางคนมีตำแหน่งทางวิชาการติดมาด้วย ก็จะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นตามระเบียบการจ่ายอัตราเงินเดือนของมหาวิทยาลัยนั้น ๆ ซึ่งทุกคนก็ต้องผ่านการทดลองงาน 1 ปีเหมือนกัน
เงื่อนไขในการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ในตำแหน่งอาจารย์ “แบบประจำ”
อาจารย์ใหม่ที่สอบเข้ามาได้
และผ่านการทดลองงาน 1 ปี แล้ว บางมหาวิทยาลัยก็ให้เซ็นต์สัญญาทำงานราย
3 ปี ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะส่งผลงานทางวิชาการเพื่อกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ บางแห่งให้เซ็นต์สัญญาปีต่อปีไปจนกว่าจะส่งขอผลงานในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ บางแห่งต้องผ่านการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ก่อนแล้วจึงจะบรรจุเป็น
“แบบประจำ” ให้ บางแห่งมีกำหนดเวลาให้ชัดเจน เช่น อาจารย์ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทมาจะต้องส่งผลงานขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ภายใน
5 ปี เมื่อส่งแล้วหากไม่ผ่าน ก็ให้เวลาอีก
2 ปี (รวม 7 ปี) ต้องทำให้ได้ หากทำตามเกณฑ์ไม่ได้ก็จะลดลงเป็นอาจารย์พิเศษรายชั่วโมง
บางมหาวิทยาลัยวางเงื่อนไขไม่มากนักในการบรรจุเป็นพนักงานประจำ หรืออาจารย์ประจำคือ กำหนดเพียงให้ส่งบทความวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร 2 เรื่อง ก็ยื่นขอบรรจุได้ แต่ความเข้มข้นมักตามมาเสมอขึ้น ก็คือต้องส่งผลงานเพื่อขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์แล้วจึงจะบรรจุให้ (ผ่านหรือไม่ผ่านไม่เกี่ยว) หรือเงื่อนไขที่เข้มข้นคือต้องได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์แล้วเท่านั้นจึงจะบรรจุให้เป็นพนักงานประจำ
การที่มหาวิทยาลัยเข้มงวดในการคัดเลือกบุคลากรเพื่อบรรจุเป็นอาจารย์ประจำนี้ ก็เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับมหาวิทยาลัยว่า ได้บรรจุพนักงานมหาวิทยาลัยที่มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการที่เข้มแข็งต่อยอดได้ เพราะสิ่งที่ตามมาคือ
เงินเดือนที่สูงกว่าอาจารย์ที่เริ่มต้นจากการเป็นข้าราชการ (เกือบ 3 เท่า) รวมทั้งได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่พนักงานพึงมีซึ่งก็จะผูกพันกันไปตลอดจนเกษียณอายุ
เช่น การหักเงินรายเดือนตามอัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับแล้วมหาวิทยาลัยออกเงินสมทบให้รายเดือนไปจนตลอดอายุการทำงาน สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล
การประกันอุบัติเหตุ การตรวจสุขภาพประจำปี การจัดฝึกอบรมให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอ การสนับสนุนงบประมาณในการไปศึกษาดูงาน /
ฝึกอบรม การให้ทุนวิจัย
การให้ทุนแต่งตำรา/หนังสือ การให้ทุนทำโครงการต่าง ๆ เป็นต้น
คำถามที่ 1 ถ้าส่งผลงานขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ไม่ผ่าน หรือ ไม่ส่งผลงานล่ะ มีผลอะไรมั๊ย
ตอบ ก็ตอบไม่ยากนะ ก็ไม่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำ ต้องเซ็นต์สัญญาทำงานรายปีหรือรายกี่ปี่แล้วแต่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ กำหนด พอหมดเวลาก็มาเซ็นต์สัญญาต่อ และได้เงินเดือนขึ้นไม่เกิน 2 % ไม่ว่าท่านจะมีตำแหน่งเป็น หัวหน้าภาควิชา รองคณบดี หรืองานบริหารอื่นใดก็ตาม แต่เค้าก็ไม่แคร์กันหรอกนะ เพราะตำแหน่งบริหารมีเงินประจำตำแหน่งสูงกว่าตำแหน่งรองศาสตราจารย์เสียอีก เค้าก็ไม่เสียเวลามาเขียนตำรา เขียนหนังสือ ทำวิจัย หรือบริการวิชาการ (ที่มี Impact) หรือทำงานสร้างสรรค์ (ทำงานศิลปะ) เพื่อขอกำหนดตำแหน่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์กันหรอก บางมหาวิทยาลัยก็ให้ลดจาก (ว่าที่) อาจารย์ประจำไปเป็นอาจารย์พิเศษ และหากยังไม่ส่งผลงานเพื่อขอเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือขอไม่ผ่านอีกก็เลิกจ้าง
คำถามที่ 2 เมื่อมีตำแหน่งทางวิชาการระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ตามเงื่อนไขแล้วและได้รับการบรรจุแล้ว ยังมีเลิกจ้างอีกมั๊ย
ตอบ มีสิ ท่านก็ต้องสร้างสรรค์ผลงานในระดับที่สูงขึ้น คือ รองศาสตราจารย์ โดยให้เวลากี่ปีก็ว่าไป แล้วแต่ข้อกำหนดของแต่ละมหาวิทยาลัยอีกนะ บางกรณี อาจารย์ที่เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์หลายท่านกำลังปั่นงาน เพื่อส่งขอในระดับที่สูงขึ้น แต่อาจเนื่องจากมีงานประจำล้นมือก็อาจใช้เวลามากกว่าที่กำหนด แต่ก็ไม่อาจฝืนระเบียบได้ก็ต้องถูกเลิกจ้าง ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยอื่นบางแห่งก็พร้อมอ้าแขนรับท่าน เมื่อท่านไปอยู่ที่ใหม่ไม่นาน งานที่สะสมไว้ก็ครบถ้วนก็สามารถขอผลงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ เป็นอันว่าที่ทำงานใหม่ได้คนเก่งไปตามนั้นเลยนะ
อย่างไรก็ตาม หลายมหาวิทยาลัยมิได้เข้มงวดในการส่งผลงานขอกำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์ อาจารย์ที่มีตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ก็อยู่ไปเรื่อย ๆ มีเพดานเงินเดือนตัน แต่ก็มากมายพอเลี้ยงตัว
ขอบคุณภาพจาก pixabay
คำถามที่ 3 อาจารย์จะได้รับเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการตลอดไปหรือไม่
ตอบ บางมหาวิทยาลัยก็ให้เงินประจำตำแหน่งทางวิชาการตลอดไปจนเกษียณอายุ แต่ก็เอาแน่ไม่ได้เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป เงิื่อนไขก็อาจเปลี่ยนไปก็ได้
บางมหาวิทยาลัยมีข้อกำหนดที่เข้มงวด เมื่ออาจารย์ในสังกัดได้รับตำแหน่งทางวิชาการแล้ว ก็มีเงินประจำตำแหน่งวิชาการระดับนั้น ๆ ด้วย ดังนั้น อาจารย์เหล่านั้นจะมีเงื่อนไขข้อบังคับต่อว่าให้ทำผลงานทางวิชาการอะไรบ้าง กี่ผลงาน ภายในกี่ปี เพื่อรักษาเงินประจำตำแหน่งของท่านไว้ และเพิ่มเงินเดือนให้ตามปกติ หากทำไม่ได้นอกจากจะให้เงินเดือนไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็ลดเงินประจำตำแหน่งด้วย เมื่อลดเป็นจำนวนกี่ปีแล้ว ต่อไปก็งดไม่ให้เงินประจำตำแหน่งไปเลย เพราะถือว่าท่านมีมาตรฐานทางวิชาการต่ำลง แต่ยังคงเรียกคำนำหน้าชื่อท่านตามตำแหน่งที่ท่านได้รับแต่งตั้งนั่นแหล่ะ ความเข้มงวดเหล่านี้ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น