วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

ศิลปะสายตรง / ศิลปศึกษา/ สถาปัตยกรรม ต่างกันอย่างไร


ภาพจาก https://pixabay.com/th/photos

ศิลปะสายตรง / ศิลปศึกษา/ สถาปัตยกรรม ต่างกันอย่างไร    

         บทความนี้ผู้เขียนต้องการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับคำศัพท์เฉพาะทางวิชาการแก่ผู้ที่สนใจที่จะเรียนต่อ หรือผู้สนใจในศิลปะทั่วไป    หรือผู้ปกครองที่ต้องการจะแนะแนวทางการเรียนแก่บุตรหลาน   นักเรียน  นักศึกษาที่ต้องการเรียนต่อสายศิลปกรรม 

ท่านมีทางเลือกมากมายในยุคดิจิทัลนี้จริง ๆ   อย่างแรกเลยมาทบทวนความหมายของคำว่าศิลปะ    และต่อด้วยทำความเข้าใจ  คำว่า  ศิลปศึกษาในโรงเรียน  ศิลปศึกษาในระดับอุดมศึกษา  และศิลปะสายตรง   คืออะไร  มีขอบข่ายอย่างไรนะคะ

ศิลปะ (Art) ได้รับการนิยามความหมายไว้หลากหลายมาก  ดังที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ในหลายบทความ  กล่าวโดยภาพรวม ได้ดังนี้

ศิลปะคือการเลียนแบบธรรมชาติ

ศิลปะเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ของบุคลิกภาพของมนุษย์   (Art is the emotional expression of human personality.)  (เวร็อง Eugene Veron) 

ศิลปะคือการถ่ายทอดความรู้สึก (ต็อลสต็อย (Leo Tolstoi)      

ศิลปะ คือ ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่แสดงออกในรูปลักษณ์ต่าง ๆ ให้ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพ     ความประทับใจ   หรือความสะเทือนอารมณ์  ตามอัจฉริยภาพ   พุทธิปัญญา   ประสบการณ์    รสนิยม  และทักษะของแต่ละคน  เพื่อความพอใจ  ความรื่นรมย์  ขนบธรรมเนียม  จารีต    ประเพณี  หรือความเชื่อในลัทธิศาสนา    (ราชบัณฑิตยสถาน 2530 หน้า15) 

ศิลปกรรมแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ วิจิตรศิลป์ กับ ประยุกต์ศิลป์ 

วิจิตรศิลป์สร้างขึ้นเพื่อจรรโลงใจ  ประยุกต์ศิลป์สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย

วิจิตรศิลป์ ได้แก่ ทัศนศิลป์ (จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ สื่อผสม สถาปัตยศิลป์)  ประยุกต์ศิลป์ ได้แก่  งานออกแบบ (มัณฑนศิลป์ อุตสาหกรรมศิลป์/ออกแบบผลิตภัณฑ์  ศิลปะชาวบ้าน นิเทศศิลป์  สถาปัตยกรรม)

ตอนนี้เรารู้แล้วว่าศิลปะ คืออะไร  มีอะไรบ้างที่อยู่ในข่ายของศิลปกรรม  แล้วศิลปศึกษาล่ะ  แปลว่าการศึกษาถึงงานศิลปกรรมทุกอย่างเลยใช่มั๊ย   เอาล่ะเราจะมาทำความเข้าใจกันนะคะว่า  ศิลปศึกษาคืออะไร มีขอบข่ายอย่างไรบ้าง

คำว่าศิลปศึกษา (Art Education)   หมายถึง  การจัดมวลประสบการณ์หรือการจัดกิจกรรมทางศิลปะให้กับผู้เรียนในสถานศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา  เรียนทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ   คำนี้เป็นศัพท์เฉพาะอีกคำหนึ่งในสายศิลปะ   

          ในโรงเรียนระดับพื้นฐานการศึกษา  การเรียนวิชาศิลปศึกษา  เราจะเรียกว่าวิชาศิลปะหรือวิชาศิลปศึกษา   คุณครูจะจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจิตรศิลป์ และงานประยุกต์ศิลป์   ก็คือ  งานวิจิตรศิลป์ได้แก่ กิจกรรมการวาดรูป  การวาดรูประบายสี   การปั้นดินเหนียว  การปั้นดินน้ำมัน   การปั้นดินโด   การทำสลาฟแล้วเอามาปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ   การแกะสลักไม้ชิ้นเล็ก ๆ  การทำพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ธรรมชาติอย่างก้านกล้วยเอามาจุ่มสีแล้วพิมพ์บนกระดาษต่อ ๆ กันเป็นรูปดอกไม้   ทำการภาพปะติดเป็นรูปต่าง ๆ ตามจินตนาการ   เป็นต้น   เหล่านี้  เป็นงานด้านวิจิตรศิลป์ที่เด็ก ๆ สร้างสรรค์ขึ้น  โดยเน้นความสุขในการสร้างสรรค์  เรียกว่า  งานศิลปะเด็ก   ทักษะฝีมือ ความคิดก็จะเป็นไปตามวัยของเด็ก      

อีกกิจกรรมทางศิลปะ  ที่เด็ก ๆ ชอบก็คือ  กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานประยุกต์ศิลป์  ก็คืองานเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  เช่น การนำภูมิปัญญาชาวบ้านด้านหัตถกรรมมาสอนนักเรียนให้ทำของใช้ ตัวอย่างได้แก่  การถักเชือก ผูกเชือก ให้เป็นกระเป๋าย่าม  การทอเส้นเชือกอย่างง่าย   การสานกระดาษสีแล้วขึ้นรูปเป็นตะกร้า การทำตะกร้าด้วยลวดประดิษฐ์   การออกแบบกระเป๋าด้วยกระดาษ/ถุงพลาสติก  การตอกกระดาษหรือตอกหนังทำตัวการ์ตูนหรือหนังตะลุง การทำหุ่นจากการตัดกระดาษมาต่อกันเป็นหุ่นจำลองเฟอร์นิเจอร์ชั้นวางของ ชั้นวางรองเท้า   การทำของเล่นง่าย ๆ จากเศษวัสดุที่บ้าน  การออกแบบตัวอักษร  การออกแบบปกหนังสือ  การออกแบบลวดลายบนกระดาษห่อของขวัญ  การออกแบบกล่องของขวัญ  การใช้แอปพลิเคชั่นในมือถือ/แทปเล็ตตกแต่งภาพ/ทำภาพเคลื่อนไหวที่มีองค์ประกอบที่สวยงาม  เป็นต้น  การออกแบบต่าง ๆ เหล่านี้  เน้นการสร้างสรรค์เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  

จะสังเกตเห็นว่าไม่ว่ากิจกรรมในโรงเรียนจะเป็นงานในหมวดวิจิตรศิลป์หรือหมวดประยุกต์ศิลป์  ล้วนเน้นการสร้างสรรค์  การส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้มีจินตนาการที่กว้างไกล  มีการฝึกทักษะตามสมควรแก่วุฒิภาวะของเขา  กิจกรรมอันทรงคุณค่านี้จะช่วยส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตให้มีความสุข  ลดภาวะความตึงเครียดทางกายทางใจของเด็ก ๆ   ได้สร้างมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อน ๆ  มีความอ่อนโยนในจิตใจ  รู้จักรักสวยรักงาม  

          คำว่าศิลปศึกษา  ในระดับอุดมศึกษา  เป็นชื่อสาขาวิชาในคณะครุศาสตร์หรือศึกษาศาสตร์   เป้าหมายของหลักสูตรคือสร้างผู้เรียนให้ไปเป็นครูอาจารย์ นักวิชาการศิลปศึกษา  การเรียนการสอนเน้นการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติของสายวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ ผนวกกับการเรียนวิชาชีพครูด้วย  เพื่อบัณฑิตจะได้นำความรู้ในงานศิลปกรรมทั้งสองประเภทไปถ่ายทอดให้กับผู้เรียนได้      สรุปคนเรียนครู  เพื่อไปเป็นครูสอนศิลปะ ต้องเรียนรู้ทำให้เป็นทำความเข้าใจทั้งวาดรูป  ปั้น  พิมพ์  ประดิษฐ์  หัตถกรรม  ออกแบบกราฟิก  ออกแบบผลิตภัณฑ์   เทคนิคการสอน  เทคนิคการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์  การทำวิจัยในชั้นเรียน   การพัฒนาการสอน  เป็นต้น    

          การเรียนศิลปะสายตรง   ในระดับอุดมศึกษา  ก็คือ  ไม่ใช่เรียนศิลปะสายครู   ผู้เรียนต้องเลือกว่า  จะเรียนทางวิจิตรศิลป์  หรือประยุกต์ศิลป์   ซึ่งไม่ได้เรียนวิชาชีพครู  จึงมีเวลาในการฝึกฝนในศิลปะสายตรงอย่างลุ่มลึก 

ถ้าในสายวิจิตรศิลป์ ก็มีแยกออกไปอีกว่าจะเรียนวิชาเอกสายไหน  เช่น  วิชาเอกจิตรกรรม  วิชาเอกประติมากรรม  วิชาเอกภาพพิมพ์  วิชาเอกศิลปะไทย  วิชาเอกทฤษฎีศิลปะ  เป็นต้น  บางมหาวิทยาลัยก็เรียนรวม ๆ โดยเรียกชื่อว่า วิชาเอกวิจิตรศิลป์     สาขาเหล่านี้มุ่งเน้นการรู้จักการแสดงออกซึ่งบุคลิกภาพ ความรู้สึกภายในของตน ด้วยกระบวนวิธีการเฉพาะตน อย่างชัดเจน  มีทักษะฝีมือยอดเยี่ยม  มีแนวความคิดพวยพุ่งด้วยพุทธิปัญญา   มีความคิดสร้างสรรค์สูง   มีความเป็นเลิศในวิชาชีพศิลปะ

ถ้าเรียนในสายประยุกต์ศิลป์ ก็มีแยกออกไปอีกเช่นกันว่าจะเรียนสาขาไหน  เช่น สาขาออกแบบภายใน/มัณฑศิลป์   สาขาออกแบบเครื่องพัตราภรณ์    สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์  / ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  สาขาออกแบบเฟอร์นิเจอร์   สาขาออกแบบศิลปอุตสาหกรรม   สาขาออกแบบเครื่องประดับ   สาขานิเทศศิลป์/นฤมิตรศิลป์  (กราฟิก)สาขาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ (ออกแนวสายวิทย์)  สาขาออกแบบกราฟิกดิจิทัล  สาขาการถ่ายภาพ  เป็นต้น   สาขาเหล่านี้เน้นการเป็นนักออกแบบมืออาชีพ   เป็นผู้ที่มีความคิดเฉียบแหลมในการมองเห็นความต้องการของผู้บริโภค การวิเคราะห์ความต้องการเหล่านี้เพื่อนำมากำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งที่จะต้องออกแบบเพื่อตอบสนองความปรารถนาในความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของผู้คน  

การเรียนสายสถาปัตยกรรม  สาขานี้เติบโตเกินกว่าจะเรียกรวมไว้ในสายประยุกต์ศิลป์  จึงแยกตัวออกมา  มีการพัฒนาองค์ความรู้กว้างขวางชัดเจน  สร้างคุณประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์โดยรวม และประเทศชาติบ้านเมืองมากมาย   ในสายสถาปัตยกรรม  มีหลายสาขา  อาทิเช่น  สาขาสถาปัตยกรรม (เรียกว่า ถาปัตย์หลัก)   สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม  สาขาการออกแบบผังเมือง  สาขาภูมิสถาปัตย์  เป็นต้น  

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...