วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564

ประโยชน์ของกิจกรรมศิลปะ

 ประโยชน์ของกิจกรรมศิลปะ       

 


กิจกรรมศิลปะเด็ก พิมพ์สีบนกระดาษ

กิจกรรมศิลปะมีประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ  ของมนุษย์   ดังนี้

1.     พัฒนาการด้านร่างกาย (Physical Growth) กิจกรรมศิลปะมีผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย 2 แง่มุม คือ  ในแง่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ  และแง่ของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการใช้มือให้สัมพันธ์ตาและความคิด   รวมทั้งโสตประสาทสัมปัสส่วนอื่น ๆ  การสร้างสรรค์งานศิลปะทุกอย่างจำเป็นต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อบางส่วนของร่างกายในการปฏิบัติงาน   กิจกรรมศิลปะจึงช่วยในการฝึกหัดการใช้มือ  กล้ามเนื้อแขน ขา ฝึกให้เกิดความสัมพันธ์ของมือกับประสาท ความคิด การรับรู้ และระบบการสั่งงานของสมอง เช่น กิจกรรมการขีด เขียน กาตัดกระดาษ การนวดดิน  การปั้นดิน  การพิมพ์ด้วยวัสดุธรรมชาติ (ใช้มือกดสี กดวัสดุ)   การทำงานต้องบังคับรูปร่างรูปทรงให้ได้ตามแบบที่ต้องการ   จึงต้องบังคับมือและกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ   ร่างกายต้องออกแรง     ดังนั้น    กิจกรรมศิลปะจึงมีส่วนในการพัฒนาร่างกายให้แข็งแรงและมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวขณะปฏิบัติงาน         

2.     พัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotion Growth)  กิจกรรมศิลปะมุ่มเน้นให้ผู้เรียนได้มีการแสดงออกอย่างเสรี  สร้างความสนุกสนาน  ความเพลิดเพลินในขณะทำงานศิลปะ  และสร้างคามภาคภูมิใจต่อผลงานที่ทำสำเร็จ   ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาอารมณ์ของเด็กทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง  การมองโลกในแง่ดีมี  มองเห็นแง่มุมที่สวยงาม   มีความคิดบวก   มีทัศนคติที่ดีต่องานศิลปะทั่วไป  มีสุนทรียะในหัวใจและความประณีตในการทำงาน 

3.     พัฒนาการด้านสังคม (Social Growth)  ผลงานศิลปะเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งระหว่างมนุษย์ด้วยกัน  การได้ทำงานศิลปะเป็นทีม  จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกนิสัยในการทำงานร่วมกับผู้อื่น รู้จักให้ความร่วมมือกัน  รู้จักวางแผนร่วมกัน  รู้จักใช้คำพูดเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน   รู้จักรับผิดชอบร่วมกัน  ประเมินผลร่วมกัน  เช่น  กิจกรรมการปั้นดินน้ำมันให้เป็นเรื่องราวตามความฝันของทีม   หรือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครองตกแต่งบ้านให้น่าอยู่  การเลือกวัสดุที่มีสีสันเข้ากัน    นอกจากนั้น  ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ/ผู้เรียน/เด็ก ๆ ก็ยังมีบทบาทในการเสนอความคิดเห็นของตนให้สังคมรับรู้ได้โดยผ่านทางผลงานศิลปะอีกด้วย  เรียกว่า มีพื้นที่แสดงตัวตนในสังคมผ่านผลงานศิลปะนั่นเอง 

4.     พัฒนาการด้านสติปัญญา (Intellectual Growth)   ศิลปะเป็นเครื่องสะท้อนที่แสดงให้เห็นความสามารถของบุคคลที่จะใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล  อันทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์   รู้จักแก้ปัญหาและปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น    กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สำรวจ  ได้ทดลองสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยวัสดุนานาชนิด  เช่น  การใช้สีน้ำ  สีเมจิก  สีดินสอ  สีเพ้นท์ผ้า  เป็นต้น  หรือจะเป็นการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์สารพัดชนิด   หรือการปั้นด้วยดินเหนียว  ดินน้ำมัน  ปั้นกระดาษ   กิจกรรมศิลปะต่าง ๆ เหล่านี้เองจะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ  ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี   ทำให้เด็ก ๆ มีความคิดริเริ่ม  พัฒนาความคิด  การใช้เหตุผล  และมีสติปัญญากว้างขวางมากขึ้น  เป็นคนช่างสังเกต   เป็นนักสำรวจ   เป็นนักทดลอง  และเป็นนักประดิษฐ์ 

5.     พัฒนาการด้านการรับรู้ (Perception Growth)  การสร้างสรรค์งานศิลปะของเด็ก ๆ เป็นกระบวนการที่เด็ก ๆ จะได้รับความรู้จากการใช้ประสาทสัมผัส    กิจกรรมศิลปะจะช่วยพัฒนาการรับรู้ได้ 2 ทาง คือ  ทางแรกเป็นการรับรู้ทางด้านวัตถุตามความเป็นจริง    เช่น   รับรู้ปริมาตร  รูปทรง  พื้นผิว  สี  แสงเงา     และทางที่สองเป็นการรับรู้ทางด้านความคิดคำนึง  เป็นจินตนาการและการเพ้อฝันอย่างอิสระ  เช่น  ภาพในนิยายโบราณ  ภาพที่เกิดจากการฟังผู้อื่นเล่าเรื่องแล้วนำมาจินตนาการเป็นภาพ  หรือเรื่องเล่าที่เด็ก ๆ จินตนาการขึ้นมาเองหรือความคิดถึงวิธีการปรับปรุงผลงานให้ผู้อื่นชอบงานของตน   หรือภาพคำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในสภาวะแวดล้อมของเด็ก ๆ เอง   เด็ก ๆ บางคนให้ความสนใจที่อยากจะทำให้งานของตนเองสวยงามมากขึ้น  ดีขึ้นอยู่เสมอ  อันเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับเด็กผ่านการทำกิจกรรมศิลปะ  

6.     พัฒนาการด้านสุนทรียภาพ (Aesthetic Growth)  ความเจริญงอกงามทางสุนทรียะมีความเกี่ยวข้องกับความคิดและความรู้สึกจากประสาทสัมผัส   การแสดงออกทางศิลปะ  หรือการชื่นชมงานศิลปะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ทางสุนทรียะของผู้นั้น   ซึ่งกิจกรรมทางศิลปะจะมุ่งเน้นการพัฒนาการรับรู้และสร้างสรรค์ความงามผ่านการทำงานศิลปะแบบต่าง ๆ  จึงกล่าวได้ว่า กิจกรรมศิลปะจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียภาพ (ความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อความงาม)   ประสิทธิภาพในการรับรู้ความงามและการถ่ายทอดออกมาของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน  ศิลปินมีความรู้สึกละเอียดอ่อนและสามารถถ่ายทอดเป็นงานศิลปะได้ลึกซึ้งกินใจกว่าบุคคลในอาชีพอื่น  

7.       พัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking Growth)    กิจกรรมศิลปะจะช่วยให้เด็ก ๆ รู้จักคิดวิเคราะห์ แยกประเภทของสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องการการสร้างสรรค์งานศิลปะตลอดทั้งกระบวนการ   เช่น  กระบวนการคิดเลือกและตัดสินใจว่าจะสร้างสรรค์งานจิตรกรรมเรื่องอะไร  ตัดสินใจเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการแสดงออกในหัวข้อเรื่องนั้น ๆ   การแยกแยะคุณสมบัติขององค์ประกอบของศิลปะ เนื้อหา เรื่องราว  อารมณ์    ให้ตรงกับความปรารถนาที่จะแสดงออกจริง ๆ ของเด็ก ๆ เอง   การวิเคราะห์เพื่อเลือกใช้โครงสีที่ประสานสัมพันธ์กัน  การนำวัสดุบางอย่างมาประสานกันเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์การสร้างสรรค์งาน   การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลตามประสบการณ์ของแต่ละคนเป็นคุณลักษณะของนักสร้างสรรค์ทางศิลปะทุกคน  

8.     พัฒนาการด้านสร้างสรรค์ (Creative Growth)  กิจกรรมทางศิลปะจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้แสดงออกอย่างอิสระและค้นหาแนวทางการแสดงออกอย่างมีลักษณะเฉพาะตน   อันนี้เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของนักสร้างสรรค์  (มี Signature ลายเซ็นต์ของตัวเอง)   กิจกรรมศิลปะจะช่วยเด็ก ๆ ให้รู้จักคิดดัดแปลง  พลิกแพลง  ผสมผสาน  แก้ปัญหา หรือออกแบบในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้มีคุณค่าขึ้น   ทั้งในด้านรูปแบบและคุณภาพของผลงาน    รู้จักพัฒนาวัสดุที่ใช้ในการสร้างงานศิลปะ  ก่อให้เกิดความคิดแปลกใหม่ต่อผู้พบเห็น   การทำงานศิลปะเป็นการส่งเสริมให้มนุษย์สร้างสรรค์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด   ตราบเท่าที่ยังมีมนุษย์อยู่บนโลกนี้     

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...