ประโยชน์ของกิจกรรมศิลปะ
กิจกรรมศิลปะเด็ก พิมพ์สีบนกระดาษ
กิจกรรมศิลปะมีประโยชน์ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ของมนุษย์
ดังนี้
1. พัฒนาการด้านร่างกาย (Physical Growth) กิจกรรมศิลปะมีผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย 2 แง่มุม คือ ในแง่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และแง่ของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างการใช้มือให้สัมพันธ์ตาและความคิด รวมทั้งโสตประสาทสัมปัสส่วนอื่น ๆ การสร้างสรรค์งานศิลปะทุกอย่างจำเป็นต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อบางส่วนของร่างกายในการปฏิบัติงาน กิจกรรมศิลปะจึงช่วยในการฝึกหัดการใช้มือ กล้ามเนื้อแขน ขา ฝึกให้เกิดความสัมพันธ์ของมือกับประสาท ความคิด การรับรู้ และระบบการสั่งงานของสมอง เช่น กิจกรรมการขีด เขียน กาตัดกระดาษ การนวดดิน การปั้นดิน การพิมพ์ด้วยวัสดุธรรมชาติ (ใช้มือกดสี กดวัสดุ) การทำงานต้องบังคับรูปร่างรูปทรงให้ได้ตามแบบที่ต้องการ จึงต้องบังคับมือและกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ร่างกายต้องออกแรง ดังนั้น กิจกรรมศิลปะจึงมีส่วนในการพัฒนาร่างกายให้แข็งแรงและมีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวขณะปฏิบัติงาน
2. พัฒนาการด้านอารมณ์
(Emotion Growth)
กิจกรรมศิลปะมุ่มเน้นให้ผู้เรียนได้มีการแสดงออกอย่างเสรี สร้างความสนุกสนาน ความเพลิดเพลินในขณะทำงานศิลปะ และสร้างคามภาคภูมิใจต่อผลงานที่ทำสำเร็จ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาอารมณ์ของเด็กทำให้เด็กเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง การมองโลกในแง่ดีมี มองเห็นแง่มุมที่สวยงาม มีความคิดบวก มีทัศนคติที่ดีต่องานศิลปะทั่วไป มีสุนทรียะในหัวใจและความประณีตในการทำงาน
3. พัฒนาการด้านสังคม
(Social Growth)
ผลงานศิลปะเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งระหว่างมนุษย์ด้วยกัน การได้ทำงานศิลปะเป็นทีม จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกนิสัยในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
รู้จักให้ความร่วมมือกัน รู้จักวางแผนร่วมกัน รู้จักใช้คำพูดเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน รู้จักรับผิดชอบร่วมกัน ประเมินผลร่วมกัน เช่น
กิจกรรมการปั้นดินน้ำมันให้เป็นเรื่องราวตามความฝันของทีม หรือการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการร่วมมือกับพ่อแม่ผู้ปกครองตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ การเลือกวัสดุที่มีสีสันเข้ากัน นอกจากนั้น
ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ/ผู้เรียน/เด็ก ๆ ก็ยังมีบทบาทในการเสนอความคิดเห็นของตนให้สังคมรับรู้ได้โดยผ่านทางผลงานศิลปะอีกด้วย เรียกว่า มีพื้นที่แสดงตัวตนในสังคมผ่านผลงานศิลปะนั่นเอง
4. พัฒนาการด้านสติปัญญา
(Intellectual Growth) ศิลปะเป็นเครื่องสะท้อนที่แสดงให้เห็นความสามารถของบุคคลที่จะใช้ความคิดอย่างมีเหตุผล อันทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ รู้จักแก้ปัญหาและปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น กิจกรรมศิลปะเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สำรวจ
ได้ทดลองสร้างสรรค์ชิ้นงานด้วยวัสดุนานาชนิด เช่น
การใช้สีน้ำ สีเมจิก สีดินสอ
สีเพ้นท์ผ้า เป็นต้น หรือจะเป็นการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์สารพัดชนิด หรือการปั้นด้วยดินเหนียว ดินน้ำมัน
ปั้นกระดาษ กิจกรรมศิลปะต่าง ๆ
เหล่านี้เองจะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็ก ๆ มีความคิดริเริ่ม พัฒนาความคิด การใช้เหตุผล
และมีสติปัญญากว้างขวางมากขึ้น เป็นคนช่างสังเกต เป็นนักสำรวจ เป็นนักทดลอง
และเป็นนักประดิษฐ์
5. พัฒนาการด้านการรับรู้
(Perception Growth)
การสร้างสรรค์งานศิลปะของเด็ก
ๆ เป็นกระบวนการที่เด็ก ๆ จะได้รับความรู้จากการใช้ประสาทสัมผัส กิจกรรมศิลปะจะช่วยพัฒนาการรับรู้ได้
2 ทาง คือ ทางแรกเป็นการรับรู้ทางด้านวัตถุตามความเป็นจริง
เช่น รับรู้ปริมาตร
รูปทรง พื้นผิว สี
แสงเงา และทางที่สองเป็นการรับรู้ทางด้านความคิดคำนึง เป็นจินตนาการและการเพ้อฝันอย่างอิสระ เช่น
ภาพในนิยายโบราณ ภาพที่เกิดจากการฟังผู้อื่นเล่าเรื่องแล้วนำมาจินตนาการเป็นภาพ หรือเรื่องเล่าที่เด็ก ๆ จินตนาการขึ้นมาเองหรือความคิดถึงวิธีการปรับปรุงผลงานให้ผู้อื่นชอบงานของตน หรือภาพคำนึงถึงสิ่งที่มีอยู่ในสภาวะแวดล้อมของเด็ก
ๆ เอง เด็ก ๆ บางคนให้ความสนใจที่อยากจะทำให้งานของตนเองสวยงามมากขึ้น ดีขึ้นอยู่เสมอ อันเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับเด็กผ่านการทำกิจกรรมศิลปะ
6.
พัฒนาการด้านสุนทรียภาพ (Aesthetic
Growth) ความเจริญงอกงามทางสุนทรียะมีความเกี่ยวข้องกับความคิดและความรู้สึกจากประสาทสัมผัส
การแสดงออกทางศิลปะ หรือการชื่นชมงานศิลปะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ทางสุนทรียะของผู้นั้น ซึ่งกิจกรรมทางศิลปะจะมุ่งเน้นการพัฒนาการรับรู้และสร้างสรรค์ความงามผ่านการทำงานศิลปะแบบต่าง
ๆ จึงกล่าวได้ว่า กิจกรรมศิลปะจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสุนทรียภาพ
(ความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อความงาม) ประสิทธิภาพในการรับรู้ความงามและการถ่ายทอดออกมาของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ศิลปินมีความรู้สึกละเอียดอ่อนและสามารถถ่ายทอดเป็นงานศิลปะได้ลึกซึ้งกินใจกว่าบุคคลในอาชีพอื่น
7.
พัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ (Critical
Thinking Growth) กิจกรรมศิลปะจะช่วยให้เด็ก
ๆ รู้จักคิดวิเคราะห์ แยกประเภทของสิ่งต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องการการสร้างสรรค์งานศิลปะตลอดทั้งกระบวนการ เช่น กระบวนการคิดเลือกและตัดสินใจว่าจะสร้างสรรค์งานจิตรกรรมเรื่องอะไร ตัดสินใจเลือกเทคนิคที่เหมาะสมในการแสดงออกในหัวข้อเรื่องนั้น
ๆ การแยกแยะคุณสมบัติขององค์ประกอบของศิลปะ
เนื้อหา เรื่องราว อารมณ์ ให้ตรงกับความปรารถนาที่จะแสดงออกจริง ๆ ของเด็ก
ๆ เอง การวิเคราะห์เพื่อเลือกใช้โครงสีที่ประสานสัมพันธ์กัน
การนำวัสดุบางอย่างมาประสานกันเพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์การสร้างสรรค์งาน การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลตามประสบการณ์ของแต่ละคนเป็นคุณลักษณะของนักสร้างสรรค์ทางศิลปะทุกคน
8. พัฒนาการด้านสร้างสรรค์ (Creative Growth) กิจกรรมทางศิลปะจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้แสดงออกอย่างอิสระและค้นหาแนวทางการแสดงออกอย่างมีลักษณะเฉพาะตน อันนี้เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของนักสร้างสรรค์ (มี Signature ลายเซ็นต์ของตัวเอง) กิจกรรมศิลปะจะช่วยเด็ก ๆ ให้รู้จักคิดดัดแปลง พลิกแพลง ผสมผสาน แก้ปัญหา หรือออกแบบในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้มีคุณค่าขึ้น ทั้งในด้านรูปแบบและคุณภาพของผลงาน รู้จักพัฒนาวัสดุที่ใช้ในการสร้างงานศิลปะ ก่อให้เกิดความคิดแปลกใหม่ต่อผู้พบเห็น การทำงานศิลปะเป็นการส่งเสริมให้มนุษย์สร้างสรรค์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ยังมีมนุษย์อยู่บนโลกนี้
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น