ความจำเป็นที่จะต้องเรียนศิลปะ
ประเด็นที่ 4 ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างมนุษย์ด้วยกัน
ศิลปะเป็นสื่อสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติต่างวัฒนธรรมเข้าใจกันได้ สื่อความหมายกันได้ อ่านหัวใจกันออก
เพราะศิลปะเป็นสื่อสากล เช่น งานจิตรกรรม
หรืองานประติมากรรม ที่เล่าเรื่องราวได้ชัดเจน หรือสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ดี ดนตรีที่สื่อเสียงแห่งความสนุก ความสุข
เสียงแห่งความเศร้า
เสียงแห่งความรัก เป็นต้น หรือการร้องเพลงที่แม้จะร้องเป็นภาษาถิ่น
แต่น้ำเสียงสามารถสื่อถึงอารมณ์เพลงส่งถึงใจผู้ฟังที่ต่างภาษากันให้เข้าใจได้
หรือแม้แต่นาฏยกรรมที่ร้องเล่นเต้นรำก็สามารถสื่อถึงจินตนการและอารมณ์ของตัวละครได้
การสื่อสารด้วยภาษาแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ วัจนภาษา เป็นภาษาพูด และ อวัจนภาษาเป็นภาษากายหรือภาษาท่าทาง ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง วัจนภาษาอันไพเราะที่มนุษย์ปราณนา คือ คำแห่งการบอกรักต่อกัน ซึ่งแต่ละชาติแต่ละภาษาก็เปล่งเสียงบอกรักด้วยคำที่ต่างกัน แต่ความหมายเดียวกัน คือ ฉันรักเธอ และตัวอย่างอวัจนภาษาอันเป็นภาษาท่าทางที่สื่อสารความรู้สึกที่มีต่อกันได้ แม้ไม่ได้พูดออกมา แต่ภาษากายก็แสดงอย่างชัดเจนว่ารู้สึกต่อกันอย่างไร โดยขอยกตัวอย่างงานประติมากรรม ชื่องาน “The Kiss” ของศิลปินชื่อ ออกุสต์ โรแดง งานประติมากรรมชิ้นนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า งานศิลปะนี้ไม่ต้องพูดอธิบาย ก็รู้ได้ว่า ตัวละครที่ศิลปินแสดงออกมานั้นสื่อความหมายอะไร คนต่างชาติต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ก็สามารถเข้าใจได้ นี่คือ อำนาจอันทรงพลังของ “ศิลปะ” อันเรียกได้ว่าเป็น “ภาษาสากล” อย่างแท้จริง
วัจนภาษา
(ภาษาพูด)
ไทย ฉันรักเธอ
Chan Rak Ter
ลาว
ข้อยฮักเจ้า Khoi Hak Jao
กัมพูชา บองสรันโอน Bon sro lahn oon
สิงคโปร์ I love you
บรูไน ซายาจินตากันมู Saya cintakan mu
มาเลเซีย ซายาจินตามู Saya cinta mu
อินโดนีเซีย ซายาจินตาปาดามู Saya cintapada mu
ฟิลิปปินส์ มาฮัลกะตา Mahal kata
เวียดนาม ตอยยิ่วเอ๋ม Toi yue em
พม่า จิตพาเด Chit pa de
"The Kiss" ประติมากรรมแกะสลักหินอ่อน ของโรแดง
อวัจนภาษา (ภาษากาย-ภาษาท่าทาง)
“The Kiss” จูบ ผลงานประติมากรรมของ ออกุสต์ โรแดง โรแดงต้องการที่จะแสดงภาพของการเริ่มด้วยความปิติและการสิ้นสุดลงด้วยการถูกลงโทษ เพราะเป็นรักต่างฐานันดร
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น