ศิลปะคืออะไร
What is Art?
นิยามคำว่าศิลปะที่เก่าแก่ที่สุด
คือ “ศิลปะ หมายถึง
การเลียนแบบธรรมชาติ”
ก่อนอื่นเลยเมื่อกล่าวถึงธรรมชาติ เราจะหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้น อันได้แก่
มนุษย์ สัตว์ พืช ศาสนาที่นับถือพระเจ้าจะมีความเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างธรรมชาติ ศาสนาที่ไม่เชื่อในพระเจ้าก็อาจมิได้สนใจที่จะสืบเสาะว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง
เพราะอาจไม่ใช่สาระแก่นของศาสนานั้น ๆ
มนุษย์มีรูปลักษณ์สรีระเป็นมนุษย์ผู้ชายและมนุษย์ผู้หญิง
สัตว์ สัตว์ในธรรมชาติมีหลากหลายเผ่าพันธุ์ แบ่งตามการอาศัยอยู่ในโลกได้แก่ สัตว์บก สัตว์ปีก และสัตว์น้ำสัตว์ทะเล อันได้แก่
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
สัตว์น้ำจืด สัตว์น้ำเค็ม ไม่นับสัตว์ในเทพนิยาย สัตว์ในป่าหิมพานต์
นั่นเป็นสัตว์ในจินตนาการของมนุษย์
พืชมีหลายวงศ์หลายพันธุ์ มีพืชยืนต้น
พืชล้มลุก พืชไม้เลื้อย พืชทะเล
พืชทะเลทราย วัชพืช เป็นต้น
พืชบางชนิดเป็นไม้ใบ
บางชนิดเป็นไม้ดอก บางชนิดมีหนาม
มีขน บางชนิดผิวเรียบเนียน บางชนิดผิวขรุขระ ต่างมีความงามเฉพาะตน
ธรรมชาติที่ว่ามานี้เป็นแหล่งที่มาแห่งความประทับใจของศิลปิน ผู้มองเห็นความงามของธรรมชาติ และนำมาบันทึกถ่ายทอด ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์
(สมัยที่มนุษย์ยังไม่มีตัวอักษรใช้)
มนุษย์อาศัยอยู่ในถ้ำ
มีการวาดภาพสัตว์หลายชนิดที่ผนังถ้ำ
ได้แก่ วัวไบซัน ม้า รวมถึงการวาดภาพคน เป็นการวาดเลียนแบบลักษณะและท่าทางของสัตว์ ของคน
การวาดภาพเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบันทึกเรื่องราวในชีวิต คือ
การล่าสัตว์ การทำพิธีตัดไม้ข่มนาม การฝึกฝีมือ
อันเป็นวิถีชีวิตของพวกเขา
มีการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่เลียนแบบหนาม หรือของมีคมที่มีในธรรมชาติ
เพื่อนำมาใช้ล่าสัตว์
ยุคประวัติศาสตร์
(ยุคที่มนุษย์มีตัวอักษรใช้แล้ว) มนุษย์ได้มีการพัฒนาแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมาโดยตลอด อาทิ
ศิลปะอียิปต์ ศิลปะโรมัน ศิลปะโรมันเนสก์ ศิลปะไบแซนทีน ศิลปะยุคกลาง
ศิลปะนีโอคลาสสิค
กระทั่งปัจจุบัน แนวความคิด กลวิธีในการแสดงออกของการถ่ายทอดการเลียนแบบธรรมชาติ การนำเสนอในอดีตที่ใช้สีจากธรรมชาติ สีสังเคราะห์ที่นักวิทยาศาสตร์คิดค้นขึ้น จนถึงการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ
การสร้างสรรค์ที่ยังคงมีการเลียนแบบธรรมชาตินั้นมิได้ปรากฏในอาชีพศิลปินเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของการสอบแข่งขันเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้วย อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานของการเรียนศิลปะในระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1 การเลียนแบบธรรมชาติของนักศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อให้เกิดความสังเกต การฝึกฝนการถ่ายทอดสิ่งที่ตาเห็น แสดงความแม่นยำของการวาด การปั้น เป็นต้น การวาดหรือปั้นให้ได้ตามที่ตาเห็นดอกไม้ ใบไม้ ต้นไม้ ทิวทัศน์ท้องฟ้า ทะเล ป่าไม้ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องที่ต้องผ่านการฝึกฝนอย่างจริงจังจึงจะเกิดผลดี
ผลงานการเลียนแบบธรรมชาติของศิลปิน มีแง่มุมการแสดงออกอย่างชาญฉลาด มิใช่เพียงถ่ายทอดความเหมือนเท่านั้น แต่ยังแฝงด้วยอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดหรือแม้แต่ศรัทธาลงไปในผลงานด้วย
ผลงานจิตรกรรมสีน้ำ เช่น
วาดดอกไม้
ดอกเดียวกันแต่ผลออกมาต่างกันได้เพราะศิลปินแต่ละคนมีเทคนิคในการใช้สี
เทคนิคในการถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อธรรมชาติของดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้า ต่างกัน
ผลงานประติมากรรม เช่น
การปั้นคน
ศิลปินในศิลปะโรมันให้ความสำคัญกับความงามของสรีระมนุษย์มากที่สุด ก็จะปั้นให้มีกายภาพ กล้ามเนื้อที่สวยงาม การปั้นนักรบ
หรือกษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่
เป็นศิลปะที่แสดงความเป็นมนุษย์ที่ดูน่าเกรงขาม เป็นต้น ศิลปะสมัยฟื้นฟูวิทยาหรือเรอเนซองส์ ศิลปินได้ศึกษากล้ามเนื้อของมนุษย์จากศพ เพื่อให้เห็นกายภาพจริง ๆ ของมนุษย์ สัตว์
เพื่อจะได้ถ่ายทอดความเหมือนออกมาให้ได้ตามความเป็นจริง
ตัวอย่างผลงาน “ศิลปะที่ถ่ายทอดการเลียนแบบธรรมชาติ” ถ่ายภาพจากหนังสือวาติกัน อันเป็นภาพในโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ บาสิลิกา (St.Peter’s Basilica) เป็นที่พำนักของสมเด็จพระสันตะปาปา พระประมุขของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ในสถานที่แห่งนี้มีศิลปะหลากหลายรูปแบบ ของศิลปินชั้นเยี่ยมของโลก ทั้ง 3 ภาพมาจากหนังสือ Vatican
Frida
Giannini (Editor, 1999) Vatican. Italy: Papergraf, Padova. ของ Edizioni
Musei Vaticani – Ars Italia Editrice.
ภาพ The
Good Shepherd หน้า 112
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น