ศิลปะเป็นการแสดงทางอารมณ์และความรู้สึก
ในชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่
6 มีอยู่สัปดาห์หนึ่งคุณครูบอกว่า นักเรียนวันนี้ให้ทุกคนวาดภาพในหลวงคนละ 1 ภาพนะ ผู้เขียนจำได้ว่า หลังจากครบชั่วโมง ครูเรียกให้ไปยืนหน้าชั้นกับเพื่อนอีก 1 คน ให้ชูภาพในหลวงที่ตนเองวาดให้เพื่อน ๆ
ในชั้นได้ดูกัน แล้วคุณครูก็วิจารณ์ผลงานของเรา
2 คน ด้วยความงงในความต่าง ตอนนั้นคือ ภาพในหลวงที่ผู้เขียนวาดด้วยดินสอ ออกจะเป็นในหลวงผิวคล้ำ เน้นเข้ม ๆ
เพราะเราเป็นคนเข้ม ๆ ส่วนภาพในหลวงของเพื่อน น้ำหนักสว่าง ๆ อย่างไรก็ตามคุณครูบอกว่า ภาพทั้งสองมีสัดส่วนของใบหน้าถูกต้อง สวยงาม
มีน้ำหนักการลงแสงเงาดีมาก ปรบมือ ๆๆๆ ด้วยความเป็นเด็กที่ชอบเรียนวิชาศิลปะมากที่สุดแต่ไม่รู้ว่าจะบอกกับใคร
ๆ ว่าศิลปะคืออะไร หากจะสรุปเอาจากสถานการณ์ที่เห็นภาพนึงเข้มภาพนึงอ่อนแต่สัดส่วนดี
และเรียกว่าน้ำหนักดี
พอโตมาเรียนปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก็ได้เรียนบทเรียนที่สำคัญมากในวิชาสุนทรียศาสตร์ อาจารย์ได้อธิบายแนวความคิดของคำนิยาม คำว่า “ศิลปะ” ของนักปรัชญา
วันนี้อยากจะนำมาเล่าและอธิบายยกตัวอย่างให้ผู้ที่สนใจในศิลปะฟังนะคะว่า เค้าว่าอย่างไรกันบ้าง
นักปรัชญาคนแรก ชื่อ เวร็อง (Eugene
Veron) เวร็อง นิยามว่า
ศิลปะเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ของบุคลิกภาพของมนุษย์ (Art is the
emotional expression of human personality.) สั้น ๆ ได้ใจความเลย
นักปรัชญาคนที่สอง ชื่อ ต็อลสต็อย (Leo Tolstoi, 1828-1910) ศิลปะคือการถ่ายทอดความรู้สึก (Art is one of the means of intercourse between man and man: whereas by words a man transmits his thought to another, by means of art he transmits his feeling.)
อธิบายอย่างนี้นะคะ
ศิลปะเป็นการสร้างสรรค์ของมนุษย์
มนุษย์แต่ละคนมีบุคลิกภาพเฉพาะตน
ทุกคนมีอารมณ์มีความรู้สึก อารมณ์และความรู้สึกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจของมนุษย์ มนุษย์แต่ละคนมีภาวะการแสดงออกของอารมณ์ให้ผู้อื่นได้เห็นได้รับรู้ในแบบที่ต่างกัน บางคนรู้จักอดกลั้นอารมณ์ไม่แสดงออกตรง ๆ
หรือแสดงอย่างรุนแรงตามที่อารมณ์นั้นเกิดขึ้นในใจ บางคนไม่รู้จักวิธีการอดกลั้นอารมณ์
ไม่ว่าจะเกิดอารมณ์แบบใดมักแสดงออกตามนั้นเสมอ
กฎเกณฑ์ของสังคมทำให้มนุษย์ไม่สามารถแสดงออกตามอารมณ์ที่มีผลกระทบต่อผู้อื่น
เช่น ความโกรธ อารมณ์โกรธมีความรุนแรง การแสดงของคนที่มีบุคลิกภาพมุทะลุอาจแสดงออกด้วยการด่าด้วยคำหยาบคาย หรือการชกต่อย หรือการทำร้ายผู้อื่นด้วยวิธีการต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่สมควรกระทำเพราะเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น
และทำร้ายความรู้สึกภายในของตนเองอย่างรุนแรงโดยไม่รู้ตัว
ศิลปินเป็นมนุษย์ ภาวะของความเป็นมนุษย์คือมีอารมณ์ เช่น
อารมณ์รัก อารมณ์โกรธ อารมณ์หงุดหงิด อารมณ์เศร้า
อารมณ์ร่าเริง เป็นต้น ศิลปินมีอารมณ์เหล่านี้ไม่ต่างไปจากมนุษย์ในสาขาอาชีพอื่น
การแสดงออกในงานศิลปะของศิลปินแต่ละคนจะมีวิธีการในการแสดงออกทางอารมณ์อย่างชาญฉลาด ศิลปินมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่จะเล่าหรือแสดงออก จะมีเทคนิคในการนำเสนอ เช่น
การใช้สี การวางจังหวะของสี การเคลื่อนไหวของการขีดทีแปรงบนเฟรมผ้าใบ การแกะสลักไม้ให้มีพื้นผิวที่เกิดจากรอยของสิ่วหน้ากว้าง/แคบให้มีร่องรอยที่หยาบ
ขรุขระ หรือเรียบ เหล่านี้สามารถแสดงอารมณ์ในการนำเสนอได้ทั้งสิ้น
คุณสมบัติของสี สีแต่ละสีส่งผลทางจิตวิทยาความรู้สึกต่อผู้ชมต่างกัน เช่น
ในภาพแสดงสีแดงสด
ตัดกับสีเขียวสด ลดค่าความแรงของสีด้วยสีเหลืองเขียว ทำให้ภาพดูอ่อนโยนลง คุณสมบัติของเส้น เส้นบางพริ้วไหวให้ความรู้สึกอ่อนโยนมากกว่าเส้นทึบหนาตรง
การเกลี่ยสีให้เรียบเนียนให้ความรู้สึกทางอารมณ์อ่อนโยน ไม่กระชากความรู้สึกเท่าการกดสีลงไปเป็นก้อน
ๆ หนา ๆ เป็นต้น
บุคลิกของศิลปิน ก็คือการแสดงออกที่ผู้อื่นรับรู้ได้ นับเฉพาะที่แสดงออกมาในการสร้างสรรค์ผลงานของเขา อารมณ์และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต มันย่อมถูกนำมาถ่ายทอดในงานศิลปะอย่างแน่นอน ศิลปินมีความพิเศษ
คือมีอารมณ์อ่อนไหว Sensitive ต่อเรื่องราวที่ประสบ มีการรับรู้ที่ไวต่อความรู้สึก ศิลปินผู้ที่จับอารมณ์และความรู้สึกที่มีภายในใจนำถ่ายทอดออกมาได้ดีก็จะเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่
ศิลปะจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
แค่การเขียนภาพเหมือนการปั้นการแกะสลักให้เหมือนจริงตามที่ตาเห็น แต่เป็นเรื่องภายในใจ ภายในความคิดที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก
การปรุงแต่งจินตนาการจนมีเรื่องราวทางอารมณ์พร้อมสรรพที่จะแสดงทางในกลวิธีทางศิลปะ
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น