องค์ประกอบของการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม
จากแผนภูมิจะเห็นว่าองค์ประกอบของการสร้างสรรค์งานศิลปะมี 4 อย่าง
1. ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปกรรม งานศิลปกรรมทุกแขนงล้วนเกิดจากฝีมือมนุษย์ อาทิเช่น
จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์
ดนตรีคลาสสิค นาฏศิลป์ โบสถ์
วิหาร มณฑป ปราสาทราชมณเฑียร พระราชวัง
เพลงกล่อมเด็ก มโนราห์ ลิเก
ดนตรีพื้นบ้าน ระบำฮาวาย การร้องเพลงเรือ ร้องเพลงฉ่อย
เพลงอีแซว เป็นต้น เหล่านี้ผ่านการกระบวนการคิด การกลั่นกรองทางความคิดและการแสดงออกมาอย่างดีแล้ว ส่วนธรรมชาติที่งดงามร่มรื่นชื่นใจ เช่น
ทิวทัศน์ใต้ทะเลลึก
พระอาทิตย์ตกยามเย็น
เสียงนกร้อง เสียงไก่ขัน หินตาหินยาย
น้ำตกพรหมโลก แก่งสะพือ เป็นต้น
เหล่านี้ที่ว่ามาไม่ใช่งานศิลปะ
เพราะไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างของมนุษย์
สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมชาติ
ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปกรรมหรือธรรมชาติล้วนแสดงให้เราเห็นถึงสุนทรียธาตุทั้งสิ้น จึงทำให้ใจของเรามนุษย์สัมผัสถึงสุนทรียรสได้
2. สากลจักรวาล หมายถึง แหล่งที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม
การสร้างสรรค์ศิลปกรรมเริ่มต้นจากการค้นหาแรงบันดาลใจในสากลจักรวาล ซึ่งมีแหล่งที่มา 2 แหล่ง
ได้แก่ แรงบันดาลใจที่มาจากสิ่งเร้าภายในตัวมนุษย์เอง เช่น
ความรัก ความโศกเศร้า ความรื่นเริงใจ ความอิ่มเอมใจ ความสยองขวัญในความรู้สึกลึก ๆ ความอึดอัดใจ
เหล่านี้ก็คืออารมณ์ความรู้สึกภายในจิตใจของผู้สร้างสรรค์นั่นเอง และแรงบันดาลใจที่มาจากสิ่งเร้าภายนอก เช่น
สรรพสิ่งในธรรมชาติ เช่น สัตว์
พืช ดอกไม้ ทิวทัศน์
ท้องฟ้า เป็นต้น และสรรพสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น
รถยนต์ เครื่องบิน สะพาน
บ้าน ตะเกียง กระเป๋า
เป็นต้น
เมื่อมนุษย์ปะทะสัมผัสกับสิ่งเร้าก็จะเกิดความรู้และเกิดความคิดต่าง
ๆ ต่อสิ่งเร้านั้น
และเป็นธรรมชาติของจิตมนุษย์ที่จะคิดปรุงแต่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในความคิดจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดพลงในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเนื้อหาเรื่องราวและการแสดงออกของอารมณ์ในรูปแบบต่าง
ๆ ขึ้น เช่น แสดงออกในทางจิตรกรรม แสดงออกทางนาฏยกรรม แสดงออกทางวรรณกรรม เป็นต้น
3. ผลงานศิลปกรรม หมายถึง
ผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์จากมนุยย์ผู้มีสุนทรียภาพ ถึงพร้อมด้วยพุทธิปัญญา มีทักษะทางศิลปะ
และมีเจตนาบริสุทธิ์ในการสร้างสรรค์งานศิลปกรรม ได้แก่
ผลงานจิตรกรรมฝาผนัง
ประติมากรรมปูนปั้นประดับตกแต่งวัดวาอาราม โบสถ์วิหาร
ประตูเมือง ผลงานดนตรี ผลงานการร่ายรำต่าง ๆ เป็นต้น
4. ผู้ชมงานศิลปกรรม หมายถึง
บุคคลที่มารับรู้รสแห่งสุนทรียะของผลงานศิลปกรรมที่ศิลปินบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นแล้วเขาเหล่านั้นได้นำเสนอต่อสาธารณชน คำว่า
“ผู้ชม”
หมายความรวมถึงตัวศิลปินผู้สร้างสรรค์งานชิ้นนั้นด้วย เพราะเมื่อศิลปินได้นำเสอนผลงานศิลปกรรมของตนต่อที่ชุมชนแล้ว
ศิลปินก็อยู่ในฐานะของผู้ชมเฉกเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ด้วย
องค์ประกอบทั้ง 4 ควรมีอย่างครบถ้วน หากขาดผู้สร้างสรรค์ย่อมไม่มีงานศิลปะเกิดขึ้น และหากมนุษย์ไม่สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล สรีระและจิตรับรู้ไม่ได้ หรือไม่มีจักรวาลเป็นสิ่งเร้า ก็ไม่มีวัตถุดิบที่เร้าให้เกิดการรับรู้ความรู้สึกใด ๆ งานศิลปะย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ และเมื่อมีศิลปินผู้ถึงพร้อมเรื่องการสร้างสรรค์ มีแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจจากจักรวาลทั้งมวลมาเป็นเรื่องราวให้ศิลปินได้นำเสนอในมุมมองของตน สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างงดงามตระการตาแล้ว แต่ไม่นำเสนอต่อสาธารณะ หรือไม่มีผู้ชมงานเลยย่อมยังไม่สัมฤทธิผลของความเป็นศิลปกรรมที่สมบูรณ์ แต่หากมีผู้ชมที่ไม่มีรสนิยมหรือมีความรู้พอที่จะรับรู้สัมผัสงานศิลปกรรมนั้นได้ ก็ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการชมงานยิ่งนัก ดังนั้น ผู้เขียนเห็นว่า ผู้ที่จะพูดถึงงานศิลปกรรมได้ดีก็คือผู้สร้างสรรค์เอง ครูบาอาจารย์ที่สอนศิลปกรรมแต่ละแขนง ผู้สนใจงานศิลปะและแสวงหาความรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจแล้ว ควรมีการอรรถาธิบายให้ผู้อื่นได้รับรู้ด้วย เพื่อขยายผลแห่งความสุขในการเสพงานศิลปกรรม รู้จัก ได้ชื่นชมงานเป็น เพราะงานศิลปกรรมสามารถสร้างความสุขให้ชีวิตมนุษย์ได้จริง ๆ แม้จะเป็นเพียงความสุขชั่วคราว ชั่วขณะที่ผู้ชมได้รับอรรถรสของงานศิลปะก็ตาม
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น