วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ประเภทของงานศิลปกรรม : วิจิตรศิลป์ (Kind of Arts: Fine Art)

ประเภทของงานศิลปกรรม :  วิจิตรศิลป์   (Kind of Arts: Fine Art)   

ประเภทของงานศิลปกรรม   สามารถแบ่งประเภทตามวัตถุประสงค์ของการสร้างสรรค์  ได้  2 ประเภท ใหญ่ ๆ คือ  หนึ่งศิลปกรรมประเภทวิจิตรศิลป์  (Fine Arts)  และสองศิลปกรรมประเภทประยุกต์ศิลป์  (Applied Arts)

ศิลปกรรมประเภทวิจิตรศิลป์     หมายถึง    ศิลปกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อจรรโลงจิตใจ   แสดงพลังแห่งอารมณ์ความรู้สึกอย่างสร้างสรรค์    มีความประณีตวิจิตรบรรจง   เน้นการแสดงออกซึ่งความงาม  ความคิด และทักษะฝีมือชั้นสูง   สนองตอบต่อความต้องการทางใจมากกว่าการนำไปใช้ประโชน์ในชีวิตประจำวันทั่ว ๆ ไป   ผู้สร้างสรรค์งานวิจิตรศิลป์จะมีชื่อเรียกตนเองว่า  ศิลปิน หรือเรียกทับศัพท์ว่า อาร์ติสม์ (Artist) เช่น เป็นศิลปินในสาขาจิตรกรรมคือจิตรกร     ศิลปินสาขาประติมากรรมคือประติมากร   ศิลปินสาขาภาพพิมพ์คือศิลปินภาพพิมพ์     สาขาสถาปัตยกรรมคือสถาปนิก (ไม่เรียก ศิลปิน)   เป็นต้น 

วิจิตรศิลป์  แบ่งประเภทตามการรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส   ได้  3  ประเภท ได้แก่

1.  ทัศนศิลป์ (Visual Arts)   หมายถึง  ศิลปะที่รับรู้ความงามได้ด้วยจักษะประสาท   หรือเป็นศิลปะที่มองเห็น  เช่น  จิตรกรรม  ประติมากรรม  ภาพพิมพ์  สถาปัตยศิลป์  และสื่อผสม 

         ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานจะมีประสาทตาที่ดีในการแยกสี  น้ำหนัก  และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ใช้สร้างสรรค์งานศิลปะ

         ในฐานะผู้ชมก็ต้องมีประสาทตาที่ดี  จึงจะมองเห็นความงามของงานทัศนศิลป์ได้ดี  ซึ่งจะสังเกตเห็นว่า   ไม่มีผู้พิการทางสายตาเช่นตาบอดเป็นศิลปินสายทัศนศิลป์เลย  แต่จะมีผู้พิการด้านร่างกายอื่น ๆ เช่น  พิการแขน ขา  ที่สามารถทำงานทัศนศิลป์ได้   อย่างไรก็ตามผู้เขียนเคยเห็นว่ามีนักคิดนักประดิษฐ์ได้พยายามใช้อักษรเบลในการสื่อสารว่างานทัศนศิลป์นั้นเป็นอย่างไร   เพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถรับรู้ทัศนศิลป์ได้  ในความเป็นจริงบุคคลเหล่านี้จะมีความพิเศษในเรื่องประสาทหู  ซึ่งพวกเขาจะสามารถเล่นดนตรี ร้องเพลงให้ความรื่นรมย์กับชีวิตได้


ประติมากรรมทราย  ภาพจาก pixabay

2.  โสตศิลป์ (Audio Arts)  หรือจินตศิลป์  (Imagination Arts)  หมายถึง  ศิลปะที่รับรู้ด้วยการฟัง   และเมื่อรับรู้แล้วจะเกิดจินตนาการต่อเนื่องทำให้รับรสสุนทรียะได้สมบูรณ์    ศิลปะลักษณะนี้  ได้แก่   เพลง  ดนตรี   เสียงอ่านบทร้อยกรอง  เป็นต้น

         ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์งานเพลง  งานดนตรี  งานวรรณกรรมรูปแบบต่าง ๆ จะมีทักษะการคิดและการสื่อความหมายด้วยภาษาของตัวอักษร ภาษาของเสียงอย่างดีเลิศ 

         ในฐานะผู้ชม  การฟังบทเพลงอันไพเราะ ฟังดนตรี  การอ่านวรรณกรรมที่ประณีตจะช่วยกล่อมเกลาภาวะของจิตใจให้อ่อนโยน  ผ่อนคลาย  ได้  สุนทรียะรสของโสตศิลป์จะช่วยจรรโลงใจของผู้ฟังที่มีประสาทหูดี อันมีผลกระทบในทางบวกต่อจิตใจได้ 

3.  ทัศนโสตศิลป์ (Audio Visual Arts)  หรือศิลปะผสม  (Mixed Arts)  หมายถึง  ศิลปะที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสหลายส่วนรับรู้ร่วมกันจึงจะรับสุนทรียรสจากงานศิลปกรรมนั้น ๆ ได้อย่างดี   เช่น  นาฏศิลป์  ภาพยนตร์  ผู้ชมต้องใช้ทั้งประสาทตาและประสาทหูร่วมกันในการรับอรรถรสแห่งความงามของศิลปกรรมแขนงนี้ได้

         ในฐานะศิลปินผู้สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์  การร่ายรำประกอบดนตรีบรรเลงหรือบทเพลงก็ดี  ย่อมีประสาทหูและตาที่สมบูรณ์  ควบคุมให้การเคลื่อนไหวเป็นไปตามจังหวะจะโคนอย่างงดงาม น่าทึ่ง   อีกทั้งเนื้อหาการแสดง เครื่องแพรภัณฑ์  ต่าง ๆ ยังสามารถแสดงถึงบริบททางสังคม  ความเชื่อ การเมือง วัฒนธรรม ประเพณี จารีตในสมัยนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี    ส่วนภาพยนตร์เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างหลาย ๆ ศาสตร์ในการสร้างสรรค์ผลงาน

         ในฐานะผู้ชม   หากมีประสาทตาและประสาทหูที่สมบูรณ์พอก็จะสามารถรับรู้สุนทรียภาพที่ผู้แสดงถ่ายทอดออกมาให้รับรู้ได้   แต่หากประสาทตาบกพร่องแต่ประสาทหูยังดีอยู่ก็ยังสามารถรับรู้อรรถรสนั้นได้แม้จะไม่เต็มร้อยก็ตาม   

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...