วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ทำ Portfolio เข้าคณะสถาปัตย์อย่างไรให้ปัง


ทำ Portfolio เข้าคณะสถาปัตย์อย่างไรให้ปัง

          Portfolio อ่านว่า พอร์ทฟอริโอ  แปลเป็นภาษาไทยว่า  แฟ้มสะสมผลงาน  คำว่าแฟ้มไม่ได้หมายถึงการไปซื้อแฟ้มปกสีดำ หรือสีอื่น ๆ ที่ภายในมีซองใส ๆ เอาไว้ใส่เอกสาร  แต่หมายถึง  การรวมเล่มของผลงานของตัวเราเอง  

          คำว่าแฟ้มสะสมผลงาน  เป็นที่ชัดเจนตามชื่อ  ว่าจะต้องเราต้องผ่านการสะสมประสบการณ์ต่าง ๆ มาในระยะเวลาหนึ่ง   และต้องเป็นผลงานของเราเอง ไม่ใช่เอาของคนอื่นมารวมไว้ในเล่ม 

          ผลงาน  หมายถึง  สิ่งที่แสดงตัวตนของเราว่า  เราคือใคร  มาจากไหน  อยู่ที่ไหน  จบการศึกษาอะไรมา  ได้ทำกิจกรรมขณะเป็นนักเรียน     เคยได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง   และที่สำคัญก็คือ  หากจะเข้าคณะสถาปัตย์  ต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เราจะสอบเข้ามาเรียนนั่นเอง

          คณะสถาปัตยกรรมในแต่ละมหาวิทยาลัยมีเปิดสอนสาขาวิชาใดบ้าง  เช่น  ในคณะมีสาขาวิชาสถาปัตยกรรม (ถาปัตย์ หลัก)   สาขาออกแบบเซรามิกส์     ออกแบบภายใน   ศิลปประยุกต์และออกแบบผลิตภัณฑ์  ออกแบบกราฟิก  ทัศนศิลป์   ในแต่ละสาขามีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างกันอย่างมาก   

          Portfolio  จะต้องทำให้ตรงกับสาขานั้น ๆ   หากนักเรียนอยากเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เลือกหลาย ๆ สาขา  ก็ต้องมี Portfolio หลายเล่ม    สิ่งที่ทุกเล่มต้องมีคือ

1.  ส่วนหน้า  ได้แก่  ปก  สารบัญ  ประวัติส่วนตัว  เป้าหมายที่จะเข้ามาเรียนสาขานี้  คณะนี้   และ transcript    

2.  ส่วนเนื้อหา  แบ่งเป็น 2 ส่วน   คือ 1) เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับคณะสถาปัตย์  

2) เนื้อหาอื่น ๆ ประกอบ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรม   รางวัลต่าง ๆ

3.  ส่วนท้าย  บทสรุปถึงความใฝ่ฝันในอาชีพในอนาคต หลังจากจบการศึกษา

 

งานศิลปะก็ดีงานออกแบบก็ดีอาจมีงานจริงที่ size ใหญ่ เช่น A3  A2  หรืองานประดิษฐ์ที่เป็น 3 มิติจับต้องได้จริง   ทุกอย่างจะต้องถ่ายภาพลงในแฟ้มสะสมผลงาน  ซึ่งปกติก็จะเป็นเล่มขนาด A4  ซึ่งอาจทำให้เห็นผลงานไม่ชัดนัก   หากงานเราเขียนละเอียดมากเพื่อให้เห็นชัดเจนอาจจัดทำเป็นเล่มที่ใหญ่กว่า A4  แต่ไม่ควรเกิน  A3 

 

ส่วนเนื้อหา    สำคัญมาก   ต้องมี 

1.  ผลงานวาดเส้น  เริ่มจาก  วาดเส้นด้วยดินสอ EE   ปากกาดำ  ฝึกทำเยอะ ๆ จนมีทักษะพอสมควร  แล้วคัดเลือกอย่างน้อย ๆ 5 ผลงาน 

2.  ผลงานภาพวาดองค์ประกอบศิลป์   สิ่งนี้จะแสดงรสนิยม  และความเหลมคมทางความคิดจินตนาการ และอารมณ์ความรู้สึกส่วนตนของเจ้าของ Port   เช่นเดียวกัน  ควรฝึกทำเยอะ ๆ เพื่อให้เข้าใจเรื่องของการใช้สี  เส้น  พื้นที่ว่าง และองค์ประกอบศิลป์อื่น ๆ   แสดงความประณีตในการลงสี เช่น สีน้ำ  สีโปสเตอร์  เป็นต้น

3.  ผลงานเฉพาะทางของแต่ละสาขา   เช่น  สาขาสถาปัตย์  ควรมีภาพทิวทัศน์ลายเส้นแบบสถาปัตย์      สาขาศิลปประยุกต์และออกแบบผลิตภัณฑ์ ควรมี Port งานSketch Product Design      สาขาออกแบบกราฟิก  ควรมี ผลงานกราฟิกทั้งวาดมือ  และวาดด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์  เป็นต้น

 

การวาดเส้นแบบสถาปัตย์ต่างกับวาดเส้นแนวจิตรกรรมอย่างไร  ก็ต้องศึกษาให้ดี  และหมั่นฝึกวาดลายเส้นบ่อย ๆ ให้ชินมือ   แม้เราถือ Port เข้ามาสอบสัมภาษณ์  อาจมีทดสอบให้วาดสด  ในเวลาสั้น ๆ   ลายเส้นที่เฉียบขาดและแม่ยำ  ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จในการพิชิตใจกรรมการสอบ   

Sketch Product Design  คืออะไร  ประกอบด้วยอะไรบ้าง  ต้องเขียน Concept Design อย่างไร  ต้องแสดง Function การใช้งาน Product อย่างไร  ต้องแสดง Assembly  ส่วนประกอบต่างๆ อย่างไร   การใช้สี Copic ในการลงน้ำหนัก  การเขียน Perspective Product อย่างไร  เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูตัวอย่างและฝึกปฏิบัติ

 

หัวใจสำคัญที่สุดคือ  เน้นย้ำว่า ทั้งหมดต้องเป็นผลงานของเราจริง ๆ และจัดเรียงผลงานแบบเรียบง่าย     และเมื่อถึงเวลาเข้าสอบสัมภาษณ์โดนถามอะไรก็จะตอบได้ฉะฉาน  จะต้องวาดให้ดูก็วาดได้คล่องแคล่ว    คำว่า  “ตอนนั้น หนูวาดได้  แต่ตอนนี้  หนูตื่นเต้นเลยวาดไม่ได้”   มีค่าติดลบ  ไม่มีเครดิตให้กรรมการเชื่อว่า  Portfolio  นี้เป็นของจริง     และที่อยากจะบอกคือ    นำ Portfolio   ติดตัวไปเข้าสอบสัมภาษณ์ทุกรอบ  เพราะคณะสถาปัตย์ หรือคณะทางศิลปกรรม  ต้องการดู Port เพื่อดูพื้นฐานของผู้เรียนเป็นหลัก  

ทิ้งท้าย    น้อง ๆ ที่อยากเรียนในคณะสถาปัตย์   ไม่ว่าสาขาไหน    จะมีความ Creative  อยู่ในจิตวิญญาณอยู่แล้ว    ทำ Port  ด้วยตัวเองดีที่สุดนะจ๊ะ

 

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...