รูปแบบของงานศิลปะ เวอร์ชั่น 1
บทความนี้ผู้เขียนต้องการอธิบายถึงรูปแบบของงานทัศนศิลป์ อันได้แก่
งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์
และสื่อผสม
ว่างานเหล่านี้สามารถแบ่งการนำเสนอเป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้ 3
รูปแบบ คือ รูปแบบเหมือนจริง รูปแบบกึ่งนามธรรม และรูปแบบนามธรรม
1. รูปแบบเหมือนจริง
(Realistic Style) รูปแบบการนำเสนอแบบนี้มีความชัดเจนของเนื้อหาและรูปทรงของสิ่งที่นำเสนอ ซึ่งศิลปินใช้ทักษะในการสร้างสรรค์สูงมาก การนำเสนอให้มีความน่าสนใจนอกจากความเหมือน ก็คือการสื่อสารเรื่องอารมณ์ความรู้สึกที่ศิลปินมีต่อสิ่งที่ต้องการแสดงออก การสื่อสารจะมีความชัดเจนที่ผู้ชมจะสามารถเห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าภาพนั้นเป็นสิ่งใด เช่น
ในงานจิตรกรรมภาพคน ภาพดอกไม้ ภาพนก
ประติมากรรมรูปคน รูปทหารเรือ รูปผีเสื้อ
เป็นต้น นี้คือเป็นการถ่ายทอดความเหมือนของวัตถุที่ศิลปินต้องการบอกเราว่าสิ่งนั้นคืออะไร ผลงานศิลปะรูปแบบเหมือนจริงจะแสดงความน่าทึ่งในความงามสุดๆ
ความเหมือนสุด ๆ ความอิ่มเอิบใจของผู้ชมจะบังเกิดขึ้นในหัวใจ
งานศิลปะรูปแบบเหมือนจริง ผู้ชมไม่ต้องคิดมากว่ามันคือภาพอะไร ความเครียดจะไม่เกิดขึ้น เพราะสื่อสารชัดเจน ด้วยฝีมือจัดเจน เชี่ยวชาญของศิลปิน และความสุข ความปิติในใจจากการรับสุนทรียรสจะบำรุงหัวใจของผู้ชมอย่างยิ่ง
2. รูปแบบกึ่งนามธรรม
(Semi-Abstract Style)
รูปแบบการนำเสนอแบบนี้มีความชัดเจนของเนื้อหาน้อยกว่ารูปแบบเหมือนจริง เพราะศิลปินตัดทอนรูปทรงให้ง่ายขึ้น หรือวิเคราะห์คลี่คลายรูปทรงเป็นไปตามความจริงผสมกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ภาพผลงานที่ออกมาจึงไม่เหมือนจริง แต่ผู้ชมยังพอดูออกว่ามันเป็นรูปอะไร เช่น ประติมากรรมรูปนก แต่ไม่ใช่นกแบบเหมือนจริงเป๊ะ
อาจตัดทอนนกเป็นรูปทรงเหลี่ยม ๆ หรือนกซ้อน ๆ กัน เป็นต้น
งานศิลปะรูปแบบกึ่งนามธรรม
ผู้ชมต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองในการวิเคราะห์ภาพที่เห็นนั้นด้วย อาจมีการแทรกความรู้สึก
ความคิดของตนลงไปในผลงานศิลปะในขณะรับชมงานชิ้นนั้น ๆ เรียกว่า
งานศิลปะรูปแบบนี้กระตุกความคิดผู้ชมได้ไม่น้อย
ผู้ชมจะรู้สึกสนุกเพลิดเพลินในการชมผลงานศิลปะ
3. รูปแบบนามธรรม (Abstract
Style)
รูปแบบการนำเสนอแบบนี้ไม่มีความชัดเจนของรูปทรง แต่สามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้ด้วยการจัดองค์ประกอบของศิลปะอย่าง
จุด เส้น สี พื้นผิว ที่ว่าง น้ำหนัก
เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เนื้อหาที่นำเสนอไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าเป็นนก เป็นม้า เป็นตัวอะไร แต่นำเสนอเนื้อหาเชิงนามธรรม เช่น
ความอิสระของนก
ความว่องไวรวดเร็วของม้า
ความหอมของดอกไม้ ความสยดสยอง เป็นต้น
รูปทรงถูกตัดทอนไปตามจินตนการเป็นหลัก
อาจมีการใช้รูปทรงเชิงสัญลักษณ์
เช่น
ใช้กลีบดอกบัวเป็นเรื่องศาสนา
ใช้ไม้กางแขนเป็นความเชื่อเรื่องพระเจ้า
เป็นต้น
งานศิลปะรูปแบบนามธรรม
ผู้ชมต้องใช้ความคิดและจินตนาการของตนเอง
เป็นงานศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีอิสระเสรีภาพในการจินตนาการได้มากที่สุด เพราะบางผลงานไร้รูปทรง มีเฉพาะเส้นสีที่ว่างและพื้นผิว ความเป็นนามธรรมอาจทำให้ผู้ชมเกิดความงุนงง
เกิดความตึงเครียดในการรับชมผลงานได้มากที่สุด
เพราะไม่มีรูปทรงที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม
แต่เป็นความสนุกอย่างมากในการรับสุนทรียรสของผลงาน
ยิ่งได้รับการอธิบายจากศิลปินแล้ว
ก็จะเกิดประเด็นให้ได้สื่อสารพูดคุยกัน
และนำไปสู่ความเข้าใจในวิถีการแสดงออกทางศิลปะได้ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น
ที่มาของภาพ ภาพนามธรรม pixabay
ผลงานทัศนศิลป์ทั้ง 3 รูปแบบ
ศิลปินได้ถ่ายทอดด้วยความตั้งใจ
และสื่อสารถึงผู้ชมให้รับรู้ไปด้วยกัน
ทำให้ผู้ชมมีความสุขใจ
แม้จะสร้างความรู้สึกสนุนแตกต่างกันไปก็ตาม อย่างไรก็ตาม
ผู้เข้าชมงานศิลปะที่หอศิลป์หรือที่แสดงงานที่ใด ๆ
แม้ไม่รู้จักชื่อรูปแบบของงานศิลปะก็ไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้นการรับอรรถรสแห่งสุนทรียภาพได้อย่างแน่นอน
แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ
TO BE
CONTINUE



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น