วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

รูปแบบของงานศิลปะ เวอร์ชั่น 1

รูปแบบของงานศิลปะ เวอร์ชั่น 1   

         บทความนี้ผู้เขียนต้องการอธิบายถึงรูปแบบของงานทัศนศิลป์   อันได้แก่  งานจิตรกรรม  ประติมากรรม  ภาพพิมพ์  และสื่อผสม  ว่างานเหล่านี้สามารถแบ่งการนำเสนอเป็นรูปแบบต่าง ๆ ได้  3  รูปแบบ  คือ  รูปแบบเหมือนจริง  รูปแบบกึ่งนามธรรม  และรูปแบบนามธรรม

1.  รูปแบบเหมือนจริง (Realistic Style)  รูปแบบการนำเสนอแบบนี้มีความชัดเจนของเนื้อหาและรูปทรงของสิ่งที่นำเสนอ   ซึ่งศิลปินใช้ทักษะในการสร้างสรรค์สูงมาก   การนำเสนอให้มีความน่าสนใจนอกจากความเหมือน   ก็คือการสื่อสารเรื่องอารมณ์ความรู้สึกที่ศิลปินมีต่อสิ่งที่ต้องการแสดงออก   การสื่อสารจะมีความชัดเจนที่ผู้ชมจะสามารถเห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าภาพนั้นเป็นสิ่งใด   เช่น  ในงานจิตรกรรมภาพคน  ภาพดอกไม้   ภาพนก  ประติมากรรมรูปคน  รูปทหารเรือ  รูปผีเสื้อ   เป็นต้น  นี้คือเป็นการถ่ายทอดความเหมือนของวัตถุที่ศิลปินต้องการบอกเราว่าสิ่งนั้นคืออะไร  ผลงานศิลปะรูปแบบเหมือนจริงจะแสดงความน่าทึ่งในความงามสุดๆ  ความเหมือนสุด ๆ  ความอิ่มเอิบใจของผู้ชมจะบังเกิดขึ้นในหัวใจ

งานศิลปะรูปแบบเหมือนจริง  ผู้ชมไม่ต้องคิดมากว่ามันคือภาพอะไร  ความเครียดจะไม่เกิดขึ้น  เพราะสื่อสารชัดเจน  ด้วยฝีมือจัดเจน เชี่ยวชาญของศิลปิน และความสุข ความปิติในใจจากการรับสุนทรียรสจะบำรุงหัวใจของผู้ชมอย่างยิ่ง


ที่มา ภาพจากpixabay  ประติมากรรมบรอนซ์ ของญี่ปุ่น   ศิลปะเหมือนจริง

2.  รูปแบบกึ่งนามธรรม (Semi-Abstract Style)   รูปแบบการนำเสนอแบบนี้มีความชัดเจนของเนื้อหาน้อยกว่ารูปแบบเหมือนจริง  เพราะศิลปินตัดทอนรูปทรงให้ง่ายขึ้น     หรือวิเคราะห์คลี่คลายรูปทรงเป็นไปตามความจริงผสมกับความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ     ภาพผลงานที่ออกมาจึงไม่เหมือนจริง    แต่ผู้ชมยังพอดูออกว่ามันเป็นรูปอะไร   เช่น  ประติมากรรมรูปนก   แต่ไม่ใช่นกแบบเหมือนจริงเป๊ะ   อาจตัดทอนนกเป็นรูปทรงเหลี่ยม ๆ  หรือนกซ้อน ๆ กัน  เป็นต้น 

งานศิลปะรูปแบบกึ่งนามธรรม  ผู้ชมต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ของตนเองในการวิเคราะห์ภาพที่เห็นนั้นด้วย   อาจมีการแทรกความรู้สึก ความคิดของตนลงไปในผลงานศิลปะในขณะรับชมงานชิ้นนั้น ๆ   เรียกว่า  งานศิลปะรูปแบบนี้กระตุกความคิดผู้ชมได้ไม่น้อย   ผู้ชมจะรู้สึกสนุกเพลิดเพลินในการชมผลงานศิลปะ 


ที่มาภาพ pinterest  ประติมากรรมกึ่งนามธรรม ผู้หญิงร่ายรำ 

3.  รูปแบบนามธรรม  (Abstract Style)  รูปแบบการนำเสนอแบบนี้ไม่มีความชัดเจนของรูปทรง   แต่สามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกได้ด้วยการจัดองค์ประกอบของศิลปะอย่าง จุด เส้น สี พื้นผิว  ที่ว่าง  น้ำหนัก  เข้าด้วยกันอย่างลงตัว   เนื้อหาที่นำเสนอไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนว่าเป็นนก เป็นม้า  เป็นตัวอะไร  แต่นำเสนอเนื้อหาเชิงนามธรรม เช่น ความอิสระของนก  ความว่องไวรวดเร็วของม้า   ความหอมของดอกไม้  ความสยดสยอง  เป็นต้น   รูปทรงถูกตัดทอนไปตามจินตนการเป็นหลัก  อาจมีการใช้รูปทรงเชิงสัญลักษณ์  เช่น  ใช้กลีบดอกบัวเป็นเรื่องศาสนา  ใช้ไม้กางแขนเป็นความเชื่อเรื่องพระเจ้า  เป็นต้น  

งานศิลปะรูปแบบนามธรรม  ผู้ชมต้องใช้ความคิดและจินตนาการของตนเอง  เป็นงานศิลปะที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีอิสระเสรีภาพในการจินตนาการได้มากที่สุด  เพราะบางผลงานไร้รูปทรง  มีเฉพาะเส้นสีที่ว่างและพื้นผิว   ความเป็นนามธรรมอาจทำให้ผู้ชมเกิดความงุนงง เกิดความตึงเครียดในการรับชมผลงานได้มากที่สุด  เพราะไม่มีรูปทรงที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม   แต่เป็นความสนุกอย่างมากในการรับสุนทรียรสของผลงาน ยิ่งได้รับการอธิบายจากศิลปินแล้ว  ก็จะเกิดประเด็นให้ได้สื่อสารพูดคุยกัน  และนำไปสู่ความเข้าใจในวิถีการแสดงออกทางศิลปะได้ลุ่มลึกมากยิ่งขึ้น  

ที่มาของภาพ  ภาพนามธรรม  pixabay

    ผลงานทัศนศิลป์ทั้ง 3 รูปแบบ  ศิลปินได้ถ่ายทอดด้วยความตั้งใจ  และสื่อสารถึงผู้ชมให้รับรู้ไปด้วยกัน  ทำให้ผู้ชมมีความสุขใจ  แม้จะสร้างความรู้สึกสนุนแตกต่างกันไปก็ตาม  อย่างไรก็ตาม  ผู้เข้าชมงานศิลปะที่หอศิลป์หรือที่แสดงงานที่ใด ๆ แม้ไม่รู้จักชื่อรูปแบบของงานศิลปะก็ไม่ใช่อุปสรรคขวางกั้นการรับอรรถรสแห่งสุนทรียภาพได้อย่างแน่นอน  

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...