วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564

การสอนศิลปะตามแนวทฤษฎีความรู้สึกและการเห็น

การสอนศิลปะตามแนวทฤษฎีความรู้สึกและการเห็น  14 เมษายน 2564


ที่มา : ภาพจาก pixabay 

          การสอนศิลปะตามแนวทฤษฎีความรู้สึกและการเห็นนี้เป็นแนวคิดของวิคเตอร์ โลเวนเฟลด์ (Viktor Lowenfeld)  ทฤษฎีนี้มีความเชื่อว่า  เมื่อเด็กพบเห็นสิ่งหนึ่งหรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เด็กจะไม่เพียงแต่จะรับรู้รูปทรงของวัตถุสิ่งของตามที่ตาเห็น หูได้ยินเสียง มือเท้าและกายได้สัมผัสเท่านั้น  แต่จะเกิดความรู้สึกต่อสิ่งนั้นด้วย  แนวคิดนี้เชื่อมั่นว่า  ความรู้สึกสัมผัสที่เด็กมีต่อสภาพแวดล้อม  เป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์ใจ  เพราะเมื่อเด็กได้แสดงออกตามที่เขารู้สึก  จะเป็นการช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส  หรือการรับรู้ของเด็กให้มีความฉับไวต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา การเรียนรู้จากประสาทสัมผัสเป็นสัญชาตญาณการเรียนรู้เพื่อเอาชีวิตรอดของมนุษย์และสรรพสัตว์อื่นด้วยเช่นกัน

          ธรรมชาติการเรียนรู้อย่างหนึ่งของมนุษย์  ก็คือ  การเรียนรู้ผ่านความรู้สึกภายใน  อันเป็นสมรรถภาพในการเห็น การรู้สึก การได้ยิน การได้กลิ่น และการลิ้มรส ซึ่งนับเป็นประสาทสัมผัสที่มีค่าต่อการมีชีวิตอยู่ การพัฒนาความรู้สึกในการรับรู้เป็นสิ่งสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก  การจัดประสบการณ์ผ่านการเรียนรู้ทางศิลปะจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพด้านความรู้สึกสัมผัสได้อย่างดี   

          กิจกรรมการเรียนการสอนศิลปะ  ครูผู้สอนที่สอนศิลปะตามความคิดของทฤษฎีนี้  ควรมุ่งกิจกรรมศิลปะที่เปิดโอกาสให้เด็กแสดงออกทางด้านอารมณ์ความรู้สึกอย่างอิสระเสรี  และเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมการแสดงออกในลักษณะนี้จะทำให้เด็กมองโลกในแง่ดี   กิจกรรมในแนวทฤษฎีนี้เป็นการให้โจทย์งานที่ให้เด็กได้เสนอเรื่องราวเนื้อหาต่าง ๆ เช่น  บ้านของฉัน  อาชีพของพ่อแม่  การทำนา  การตัดไม้ทำลายป่า  การขายของออนไลน์   การทำเกษตรแบบผสมผสาน  การใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามคำสอนพ่อหลวง   สังคมเมือง  สังคมบริโภคนิยม  ความมีวินัยของนักเรียน สุนัขแสนรู้ของฉัน  การผจญภัยในสวนสนุกในวันหยุดสุดสัปดาห์   ท้องฟ้าจำลอง  งานวัดบ้านแหลม  นักเรียนหนอนหนังสือ  อยู่กับย่า  เป็นต้น  ซึ่งเป็นเรื่องราวที่มีลักษณะเป็นสภาพแวดล้อมจริง ๆ ของเด็ก เพื่อเขาจะได้สามารถสะท้อนความรู้สึกสัมผัสโดยตรงจากชีวิตประจำวันมาเป็นงานศิลปะที่มีจินตนาการที่สัมพันธ์กับความจริงและท้าทายความรู้สึกนึกคิดของเด็ก

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้   เมื่อกิจกรรมการให้แบบฝึกหัดที่มุ่งเน้นให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สภาพแวดล้อม  เด็กได้มีโอกาสอ่านความรู้สึกของตนเองแล้วแปลผลออกมาอย่างบริสุทธิ์ใจลงในการสร้างสรรค์งานศิลปะ   ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ  การปั้นดิน   การทำงานปะติด  การเขียนภาพประกอบเรื่อง   เป็นต้น  การวัดผลหรือการให้คะแนนจึงควรให้ในส่วนของความกล้าในการแสดงออก   ความละเอียดในการนำเสนอผลงาน  การสื่อสารด้วยผลงานผนวกกับการนำเสนอด้วยวาจา   อาจไม่ได้เน้นความเหมือนจริงมากนัก ในส่วนการวาดภาพเหมือน ปั้นให้เหมือนคนเหมือนสัตว์จริง ๆ นี้ให้คะแนนเป็นส่วนรอง   ซึ่งเด็กบางคนมีพรสวรรค์ที่อาจถ่ายทอดได้เหมือนจริงมากกว่าคนอื่น ๆ ก็จะได้เปรียบในการสื่อสาร   สิ่งที่ครูควรสอนเป็นเบื้องต้นคืออารมณ์ของเส้นแต่ละแบบ  สีแต่ละสี สื่อความรู้สึกอย่างไร   เพื่อว่าเมื่อเด็กหยิบสี หยิบดินน้ำมันสีต่าง ๆ ขึ้นมาใช้จะได้ตรงตามความรู้สึกภายในของเขามากยิ่งขึ้น 

    กล่าวโดยสรุป  การนำเสนองานศิลปะตามแนวทางการสอนนี้เน้นให้เด็กเรียนรู้ความรู้สึกภายในใจและการเห็นของตนเองจากความรู้ที่เกิดจากประสาทสัมผัส  อันเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ความเข้าใจระหว่างครู เด็ก และพ่อแม่ผู้ปกครอง   ทำให้ครูและพ่อแม่ผู้ปกครองรับรู้ด้วยเช่นกันว่า  ลูกหลานของตนคิดและรู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่เขาแสดงออก   และแสดงออกมาในแง่ใด  ทำให้มีโอกาสได้พูดคุยเล่าความคิดระหว่างกันได้เป็นการสร้างความเข้าใจต่อกันมากขึ้น  ปลดปล่อยความตึงเครียดที่บางอย่างไม่ได้สื่อสารด้วยคำพูด  แต่ศิลปะช่วยให้สื่อสารด้วยตัวผลงาน อันเป็นสื่อให้ได้คุยกันอย่างอ่อนโยนและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น 

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...