วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

องค์ประกอบศิลป์ : จุดกับเส้น

องค์ประกอบศิลป์ : จุดกับเส้น  21 May 2021

          องค์ประกอบศิลป์ (Elements of Art) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ทัศนธาตุ   เป็นส่วนประกอบที่เรามองเห็นได้  มันเป็นเครื่องมือหรือสื่อที่จะใช้ประกอบการถ่ายทอดให้ปรากฏเป็นภาพ  องค์ประกอบศิลป์  ได้แก่  จุด เส้น รูปร่าง  รูปทรง  สี พื้นผิว  พื้นที่ว่าง      สิ่งเหล่านี้นอกจากจะเป็นองค์ประกอบหรือส่วนประกอบที่นำมาใช้สร้างสรรค์ศิลปะแล้วก็ยังมีปรากฏอยู่ในธรรมชาติด้วย  ซึ่งจะอธิบายต่อไป

          ในบทความนี้ขออธิบายองค์ประกอบศิลป์ 2 องค์ประกอบ คือ จุด  และ  เส้น    ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ามีความสำคัญและมีบทบาทกระตุ้นจินตนาการของผู้สร้างสรรค์และผู้ชมงานศิลปะได้มากไม่ต่างจากองค์ประกอบศิลป์ตัวอื่นอย่าง รูปร่าง รูปทรง พื้นผิว และน้ำหนัก

          จุด (Dot)  เป็นองค์ประกอบที่เล็กที่สุดในบรรดาองค์ประกอบของศิลป์  จุดมีมิติเดียว  หากจุดหนาใหญ่จนมองเห็นเป็นวงกลม ความเป็นจุดจะหมดไป  จุดนั้นจะเป็นรูปร่างวงกลมซึ่งรูปร่างมีความกว้างความยาวเรียกว่ามีสองมิติ   จุดทำเป็นสีอะไรก็ได้ตามแต่ผู้สร้างสรรค์จะกระทำ    จุดที่ต่อเนื่องกันจะกลายเป็นเส้น    จุดหลายจุดที่เว้นระยะห่างเท่า ๆ กันจะเกิดการสื่อสารทางความรู้สึกได้  หรือจุดหลายจุดที่เว้นระยะห่างเป็นจังหวะ เช่น จุดสองจุดใกล้กัน แล้วเว้นห่าง แล้วจุดอีกสองจุดที่เท่ากัน ต่อเนื่องไปแบบนี้หรือจะเว้นระยะแบบอื่นก็สามารถสื่อสารทางความรู้สึกต่อผู้ดูได้เช่นกัน     จุดสามารถสื่อสารทางความคิด เรื่องราว และกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกต่อผู้ชมได้

          จุดมีอยู่ในธรรมชาติ  เช่นบนพื้นผิวของสิ่งต่าง ๆ เช่น สุนัขลายจุด   ใฝที่ผิวหนังมนุษย์  เม็ดฝน  เม็ดถั่วเขียว ฟองน้ำที่ปลาพ่นออกมาในระหว่างหายใจ   พื้นผิวของพืชพรรณธัญญาหารต่าง ๆ อาจมี จุด ประกอบอยู่ด้วย   เป็นต้น      

การที่ศิลปินสร้างสรรค์โดยใช้จุดเป็นองค์ประกอบในภาพก็นับได้ว่าเป็นการเลียนแบบธรรมชาติหรือเป็นการนำแนวทางจากธรรมชาติมาประดิษฐ์ประกอบในผลงาน เพราะจุดเป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาตินั่นเอง    เมื่อเราอยู่บนอาคารสูงมองลงมาด้านล่างเราจะเห็นมนุษย์  รถที่จอดอยู่  ต้นไม้  เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ เท่านั้น  ถึงแม้ความจริงมนุษย์หรือรถหรือต้นไม้ไม่ได้เป็นจุดก็ตาม  นี่เป็นธรรมชาติของการมองเห็นของตามนุษย์ การมองเห็นเช่นนั้นนับเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่ง    ในตำราทางศิลปะบางเล่มไม่กล่าวถึงจุดเมื่ออธิบายถึงองค์ประกอบศิลป์  การอธิบายอาจเริ่มจากองค์ประกอบอีกตัวหนึ่ง คือเส้น    จุดถี่จุดห่าง  จุดใหญ่จุดเล็ก  การจัดจังหวะของจุดถี่ห่าง ใหญ่เล็ก การจัดวางสลับกัน เกิดค่าน้ำหนักเข้มอ่อน  ดูแล้วเกิดความเคลื่อนไหวของพื้นผิวหน้าของวัตถุนั้น   ตาเราจะมองเห็นแบบนั้น  เห็นว่ามีพื้นผิวไม่เรียบ มีความหนาบางของวัตถุนั้นต่างกันตามจุดประสงค์ของผู้สร้างสรรค์ที่ทำให้ผู้ดูรู้สึกคล้อยตาม   ตัวอย่างผลงานของศิลปินขื่อยาโยอิ ศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น เธอใช้จุดเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงาน  เธอมีลีลาอันชาญฉลาดในการวางจุดบนพื้นผิวของวัตถุรูปทรงต่าง ๆ ในผลงานของเธอ  และเธอไม่เพียงทำงานศิลปะ   แต่ผลงานจุดของเธอได้รับโอกาสให้ปรากฏในงานออกแบบแบรนด์ดังอีกด้วย เรียกได้ว่า ผลงานการออกแบบของเธอมีมนต์ขลังแห่งสุนทรียรสสกดผู้บริโภคที่มีรสนิยมได้อยู่หมัดเลยทีเดียว

 

ขอบคุณภาพจาก pixabay 

เส้น (Line)   เป็นองค์ประกอบศิลป์ที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกได้มากมาย บางคนกล่าวว่าเมื่อจุดต่อ ๆ กันเกิดเป็นเส้น จะเสียเวลาจุดต่อกันอยู่ทำไม ก็ขีดเส้นไปเลยจะเร็วกว่า   ก็ถูก  การขีดเส้นย่อมเกิดเส้นเร็วกว่าจุดทีละจุตต่อกันแน่นอน  แต่ผลทางการมองเห็นต่างกัน และเจตจำนงค์ของศิลปินผู้สร้างสรรค์ที่นำจุดมาจุดต่อกันมักต่อกันอย่างเป็นจังหวะจะโคนตามความปรารถนาแห่งเป้าหมายของการสื่อสาร 

          เส้นเกิดขึ้นได้หลายวิธี  เช่น  การขูดด้วยของมีคม  การลากวัตถุบนพื้น  เช่น ลากคราด 4 ง่ามไปบนพื้นทรายชายหาดจะเกิดร่องรอยของเส้น 4 เส้นมีช่องไฟห่างเท่า ๆ กัน การใช้ส้อมจุ่มสีแล้วลากเป็นแนวบนกระดาษ จะเกิดเส้นสีต่าง ๆ ตามแต่เราจะจุ่มสีที่ส้อม  เกิดเป็นเส้นสี สี่ เส้น     แมวข่วนมือเราเกิดร่องรอยของเส้นพร้อมรอยถลอกของหนังและเลือด   เส้นเกิดจากการขีดด้วยดินสอ  ปากกา พู่กัน  เม้าส์  เม้าส์ปากกา  เส้นจะทำให้มีสีอะไรก็ได้  เส้นสื่อสารทางความรู้สึกได้ดีหากมาพร้อมสี เป็นเส้นสีก็จะสื่อความหมายของความคิดจินตนาการได้มีชีวิตไปอีกแบบหนึ่ง   มีศิลปินจำนวนไม่น้อยสร้างสรรค์ผลงานจำนวนหนึ่งโดยใช้เส้นสีดำ  สีน้ำตาล   

          เส้นในงานวาดเส้นพื้นฐานสำหรับผู้ฝึกหัด  ก็มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้  เช่น  การวาดเส้นผัก  ผลไม้  ดอกไม้ หรือหุ่นนิ่งอื่น ๆ  มีการใช้เทคนิคเส้นสานไขว้กัน  เส้นขีดไปในแนวทิศทางเดียวกันโดยไม่สาน  เป็นการสร้างพื้นผิวของภาพและทำให้เกิดแสงงาตามความเข้มอ่อนของน้ำหนักของเส้น  สื่อความรู้สึกและแสดงสุนทรียภาพในผลงาน

          เส้นมีมิติเดียว คือความยาวและมีทิศทาง  ลักษณะของเส้นมี 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ เส้นตรงและเส้นโค้ง    เส้น 2 ลักษณะนี้นำมาขีดด้วยทิศทางต่าง ๆ เกิดรูปแบบของเส้นมากมาย  แต่ละรูปแบบสื่อสารทางอารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกันไป

อารมณ์ความรู้สึกของเส้น

เส้นตรงแนวตั้ง    ให้ความรู้สึกมั่นคงแข็งแรง ตื่น

เส้นตรงแนวนอน  ให้ความรู้สึกนิ่ง สงบ เงียบ ผ่อนคลาย

เส้นตรงแนวเฉียง  ให้ความรู้สึกตื่นเต้น เร้าใจ เคลื่อนไหว

เส้นตรงแนวเฉียงซิกแซก (เส้นหยัก)  ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว เร็วและแรง ความ

มีชีวิต

เส้นตรงแนวเฉียงออกจากจุดศูนย์กลางหลายเส้น  ให้ความรู้สึกเปิดเผย เปิด

กว้าง ความสว่าง กระจายออก

เส้นตรงแนวเฉียงขัดกันหลายเส้น ไปคนละทิศทาง   ให้ความรู้สึกถึงความขัดแย้ง ไม่ลงรอย  การต่อสู้  ความบาดหมาง ความไม่สบายใจ  ขุ่นเคือง  คับแค้นใจ 

เส้นประ  ให้ความรู้สึกไม่มั่นคง ไม่แน่นอน ไม่มั่นใจ สั่นคลอน  หากเป็นเส้นประที่ต่อเนื่องเป็นจังหวะเนื่องกันไป       จะทำให้ความรู้สึกผ่อนคลายกว่าเส้นประที่ไม่ต่อเนื่องขาด ๆ หาย ๆ

เส้นโค้งหงายต่อเนื่องกัน  ให้ความรู้สึกถึงการลอยตัว เช่นก้อนเมฆ 

เส้นโค้งหงายต่อเนื่องกันเป็นกิ่งก้านสาขาเหมือนกิ่งไม้  ให้ความรู้สึกสนุกสนาน ความหนุ่มสาว ความมีชีวิตชีวา ความเติบโต

เส้นโค้งวน ๆ  ให้ความรู้สึกวกวน งงงวย  น่าค้นหา

เส้นโค้งแนวตั้งยืดตัวสูงแล้วโค้งปลายลง  ให้ความรู้สึกเหนื่อยล้า  อยากพัก  ไม่ไหวแล้วไปนอนเถอะ  เพลีย

เส้นโค้งไปทางซ้ายขวาขึ้นลงสูงต่ำไม่เท่ากัน คล้ายประการัง  ให้ความรู้สึกนุ่มนวลอ่อนไหว อ่อนโยน  นุ่มสบาย พริ้วไหว เคลื่อนไหวไปมา

เส้นโค้งพันกันเป็นเกลียวคล้ายสปริง  ให้ความรู้สึกถึงการสปริงตัว เด้งดึ๋ง เกลียว

สัมพันธ์ ยืดหยุ่นตัว 

เส้นโค้งไปทางซ้ายบิดตัวกลับมาทางขวาสลับกันโดยไม่ทับกัน  ให้ความรู้สึกเกียจคร้านเหมือนคนจะตื่นนอนแล้วลุกนั่งแล้วล้มตัวนอนแล้วลุกนั่งแล้วล้มตัวนอนอยู้อย่างนั้นเหมือนตุ๊กตาล้มลุก แสดงความเกียจคร้านไม่อยากลุก ไม่อยากทำอะไร เบื่อหน่าย

เส้นโค้งวนออกจากจุดศูนย์กลาง  ให้ความรู้สึกถึงต้นพลังงาน  ความดั้งเดิม  ความจุดประกาย  ความมีศูนย์กลางให้ยึดเหนี่ยว

หน้าที่ของเส้น

เส้นทำหน้าที่สื่อสารถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดของผู้สร้างสรรค์

เส้นทำหน้าที่แบ่งสัดส่วนของภาพ

เส้นทำหน้าที่แบ่งเส้นรอบรูปและพื้นที่ภายในรูป

เส้นทำหน้าที่แสดงขอบเขตของรูปร่าง รูปทรง

เส้นทำหน้าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างรูปร่างรูปทรงและพื้นที่ว่าง

เส้นทำหน้าที่แสดงทิศทางของความเคลื่อนไหว

“คนไม่กินเส้นกัน”  เป็นคำเปรียบเปรยของผู้ที่ไม่ลงรอยกัน ไม่ถูกกัน  ขัดแย้งกันอยู่กันคนฝั่งละฝ่าย เส้นในคำเปรียบเปรยนี้ไม่เกี่ยวกับ  เส้นที่ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบในงานศิลปะแต่อย่างใด  แต่เนื้อหาหรือเรื่องราวหรืออารมณ์ของคนไม่กินเส้นอาจเป็นการจุดประกายให้ศิลปินรู้สึกสะเทือนใจจนกระทั่งนำมาเป็นสื่อในการแสดงออกในผลงานศิลปะก็เป็นได้    

ผลงานตัวอย่างของผู้เขียนที่นำเส้นมาสร้างสรรค์ผลงานวาดเส้นสร้างสรรค์ด้วยปากกาบนผ้าใบและบนกระดาษวาดเขียน   แสดงให้เห็นถึงการนำเส้นมาแสดงตัวตันในผลงานให้ได้ทำหน้าที่ของเส้นอย่างสมบูรณ์

 

ชื่อภาพ   ครอบครัว

 

ชื่อภาพ    มองหน้าตัวเอง

แล้วพบกันในบทความต่อไปนะจ๊ะ

TO BE CONTINUE

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ

การเน้น และจุดเด่นในงานศิลปะ   13 มิถุนายน 2564           การเน้น (Emphasis) หมายถึง วิธีการสร้างภาพให้น่าสนใจขึ้นวิธีการหนึ่ง   โดยการส...